ตาของหมัวซาจึงเกิดความรู้สึกคุ้นเคยขึ้นมาตลอด
“มีเรื่องอันใดหรือ” หมัวซาถาม
“ข้าจะต้องสำเร็จเป็นนักหลอมยาขั้นสองให้ได้โดยเร็วที่สุด” ซือหม่าโยวเย่ว์เก็บงำความคิดภายในใจเอาไว้แล้วถามขึ้น
“เพราะเหตุใดกัน”
ซือหม่าโยวเย่ว์เล่าเรื่องตระกูลน่าหลานให้เขาฟังรอบหนึ่งแล้วพูดว่า “เพราะท่านปู่มิได้สนิทสนมกับนักหลอมยาเหล่านั้น ดังนั้นจึงมีความสัมพันธ์กับพวกเขาไม่ดีสักเท่าไหร่ ในขณะนี้นักหลอมยาเหล่านั้นไม่มีใครเต็มใจมาช่วยเหลือพวกเราทั้งสิ้น แล้วการไปหานักหลอมยาสักคนที่ไว้ใจได้ข้างนอกนั่นก็มิใช่เรื่องง่ายเลย ดังนั้นข้าจึงจำเป็นต้องสำเร็จเป็นนักหลอมยาขั้นสอง เช่นนี้จึงจะเทียบเคียงกับตระกูลน่าหลานได้”
หมัวซาขมวดคิ้วพลางเอ่ยว่า “เจ้าเพิ่งจะเป็นนักหลอมยาขั้นหนึ่งได้ไม่นาน คิดอยากจะสำเร็จเป็นขั้นสองในระยะเวลาอันสั้นนั้นก็มิใช่เรื่องง่ายเลย”
“ข้ารู้ดี ดังนั้นจึงได้มาหาท่านให้ช่วยอย่างไรเล่า ท่านต้องช่วยให้ข้าสำเร็จเป็นนักหลอมยาขั้นสองได้อย่างแน่นอน”
“หนทางน่ะพอมีอยู่หรอก” หมัวซาพูด “แต่ไม่ว่าจะทำอะไรก็ต้องทำไปทีละขั้นทีละตอน ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดสำหรับเจ้าก็คือตั้งหน้าตั้งตาฝึกฝนให้คุ้นเคยกับรอยต่อแต่ละส่วนของการหลอมยาโดยเร็ว การฝึกฝนทำให้เกิดความสมบูรณ์แบบ พอได้ที่ เจ้าก็จะสำเร็จเป็นขั้นสองได้แล้ว”
“เช่นนั้นก็ไม่ต้องใช้เวลานานมากเลยหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์ถาม
“ด้วยคุณสมบัติของเจ้า บวกกับการชี้แนะของข้า