“ขอบใจอะไรกันเล่า” เว่ยจือฉีพูด “ถ้าหากมิใช่เพราะเจ้าทำให้พวกเราทุกคนรู้จักการร่วมแรงร่วมใจกัน พวกเราก็ไม่มีทางได้ซากสัตว์อสูรวิเศษมากมายถึงเพียงนั้นมาครอบครองหรอก คราวนี้เจ้าจะกลับมาพักที่นี่นานเท่าใดหรือ”
“คาดว่าคงอีกสักระยะหนึ่งนั่นแหละ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “คาดว่าช่วงเวลาต่อจากนี้ข้าคงจะปลีกวิเวก ดังนั้นน่าจะมิได้ออกมาบ่อยสักเท่าใดนัก”
“เจ้าจะปลีกวิเวกอย่างนั้นหรือ” เว่ยจือฉีมองซือหม่าโยวเย่ว์อย่างประหลาดใจ โดยทั่วไปแล้วการปลีกวิเวกก็เพื่อการเลื่อนระดับ หรือว่านางสัมผัสถึงขอบกั้นของการเลื่อนระดับแล้ว
จะต้องตีแสกหน้าผู้อื่นถึงเพียงนี้เลยหรือไม่!
ถ้าหากเขาได้รู้ว่าซือหม่าโยวเย่ว์เลื่อนระดับไปเรียบร้อยแล้ว กลัวแต่ว่าหัวใจดวงน้อยของเขาคงจะถูกโจมตีอย่างน่าอนาถยิ่งขึ้นไปอีก
“ใช่แล้ว ข้าขอตัวกลับไปเก็บกวาดห้องก่อนนะ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดจบแล้วก็ลุกขึ้นเดินกลับห้องไป
เว่ยจือฉีมองตามหลังซือหม่าโยวเย่ว์พลางลอบรำพึงว่านางขยันถึงเพียงนี้ แล้วตนจะยังไม่ขยันอีกได้อย่างไร ถึงแม้ว่าจะตัดสินใจแน่วแน่แล้ว แต่ในเวลาต่อมา หากไม่ได้ไปห้องสมุดเพื่อหาข้อมูลอะไร ก็จะพักผ่อนอยู่ในห้องตลอด
ซือหม่าโยวเย่ว์เก็บกวาดห้องจนเสร็จแล้ว หลังจากนั้นจึงเข้าไปฝึกฝนการหลอมยาภายในมณีวิญญาณ ตอนนี้คุ้นเคยกับการหลอมยาวิเศษขั้นหนึ่งเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นตอนพลบค่ำที่เป่ยกงถังและโอวหยางเฟยกลับมา เธอจึงหลอมยาวิเศษออกมาได้หลายเ