ยวเย่ว์กลับไม่แปรเปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย ปราศจากความสำนึกผิด จากนั้นเขาจึงเอ่ยอย่างตรงไปตรงมาว่า “พวกเขาบอกว่าเจ้าสังหารน่าหลานฉี จะให้เจ้าชดใช้ด้วยชีวิต”
ซือหม่าโยวเย่ว์ได้ฟังแล้วจึงลอบพึมพำว่าที่แท้ก็เป็นเพราะเรื่องของน่าหลานฉีจริงๆ แต่มิใช่เกิดเรื่องขึ้นกับน่าหลานเหอแล้วหรือ เหตุใดจึงยังมีกะจิตกะใจมารังควานเธอถึงที่นี่อีกเล่า
“เฮ้ๆ ไร้ซึ่งหลักฐาน อาศัยอะไรมาหาว่าข้าฆ่าคนกันเล่า!” เธอยิ้มน้อยๆ
“พูดเช่นนี้ก็แปลว่าจริงอย่างนั้นหรือ” ซือหม่าเลี่ยถาม
ซือหม่าโยวเย่ว์พยักหน้า เธอไม่คิดจะปิดบังซือหม่าเลี่ยเรื่องนี้จึงเอ่ยว่า “คราวก่อนตอนเช้าวันที่ข้าออกจากบ้าน ระหว่างทางไปยังวิทยาลัย เขาได้พาผู้คุ้มกันระดับปรมาจารย์วิญญาณคนหนึ่งมาสังหารข้า เพียงแต่สุดท้ายแล้วกลับถูกข้าสังหารก็เท่านั้นเอง”
อันที่จริงแล้วเช้าวันที่น่าหลานฉีถูกสังหาร ผู้คุ้มกันที่เขาส่งไปคุ้มครองซือหม่าโยวเย่ว์ได้กลับมารายงานเขาถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตรอกเรียบร้อยแล้ว เมื่อเห็นว่าซือหม่าโยวเย่ว์มิได้ปิดบัง ซือหม่าเลี่ยจึงพูดว่า “ตอนนี้ตระกูลน่าหลานหาศพของน่าหลานฉีไม่พบ ไม่ว่าใครจะมาถาม เจ้าปฏิเสธท่าเดียวก็ใช้ได้แล้วล่ะ”
“อืม ข้าเข้าใจแล้ว” ซือหม่าโยวเย่ว์พยักหน้า
“แต่วันนี้ข้ามิได้อยากจะคุยเรื่องนี้กับเจ้าหรอกนะ” ซือหม่าเลี่ยเปลี่ยนหัวข้อสนทนา “บอกมาสิว่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับตระกูลน่าหลานในระยะนี้ ใช่ฝีมือเจ้าหรือไม่”
“เรื