องซือหม่าเลี่ยอย่างลำบากใจอยู่บ้าง รู้สึกว่าวันนี้เขาดูแปลกพิกล ตนเองจากไปนานถึงเพียงนี้ เพิ่งได้พบหน้ากัน แต่เขากลับไม่ถามเลยว่าตนไปทำอะไรมา เพียงแค่กินอาหารเย็นและดื่มชากับตนเท่านั้น
“แค่กๆ ท่านปู่ ถ้าหากไม่มีเรื่องอันใดแล้ว ข้าขอตัวก่อน พรุ่งนี้ยังต้องไปที่วิทยาลัยอีก” ซือหม่าโยวเย่ว์รู้สึกว่านี่คือสัญญาณเตือนก่อนที่ซือหม่าเลี่ยจะบันดาลโทสะ จึงคิดจะใช้เรื่องนี้หนีกลับไป
“ไม่ต้องรีบร้อนหรอก พรุ่งนี้ค่อยไปก็ยังเร็วอยู่เลย” ซือหม่าเลี่ยดื่มชาอึกหนึ่ง แล้ววางถ้วยชาลงอย่างช้าๆ
“อื้ม” ซือหม่าโยวเย่ว์ยกถ้วยชาขึ้นดื่มชา ซือหม่าเลี่ยไม่พูดจา เธอเองก็มิได้พูดอะไรเช่นกัน
“วันนี้คนตระกูลน่าหลานมาหา” ในที่สุดก็เป็นซือหม่าเลี่ยที่อดไม่ไหว เอ่ยปากขึ้นมาก่อน
“ข้าได้ยินมาแล้ว” ซือหม่าโยวเย่ว์พยักหน้า รับคำประโยคหนึ่งแล้วก็เงียบไปอีก
ซือหม่าเลี่ยมองซือหม่าโยวเย่ว์แล้วเกิดความสงสัยขึ้นในใจ ก่อนหน้านี้ทุกครั้งที่มีปัญหา เธอมักจะต้องขุดให้ถึงต้นตอเสมอ เหตุใดวันนี้จึงเงียบสงบเช่นนี้ได้ ทำให้เขามิอาจเอ่ยปากตำหนิเธอได้ทั้งที่ใจนึกอยาก
เขาลอบทอดถอนใจ อยากจะตำหนิเธอแต่ก็ทำไม่ลงจริงๆ
“เจ้าน่าจะรู้ว่าพวกเขามาทำอะไรกระมัง” ซือหม่าเลี่ยพูด
“เออ… ไม่รู้สิ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “พ่อบ้านมิได้บอกข้า”
“พวกเขาต้องการตัวเจ้า” ซือหม่าเลี่ยจ้องมองซือหม่าโยวเย่ว์ นึกว่าจะมองอะไรออกจากใบหน้าของเธอได้ แต่สีหน้าของซือหม่าโ