เจ้าวิญญาณน้อยคิดไม่ถึงว่าซือหม่าโยวเย่ว์จะเปลี่ยนท่าทีแบบปุบปับ ดังนั้นจึงไม่ได้หลบหลีกฝ่ามือเธอ หลังจากถูกฟาดแล้วจึงกุมศีรษะพลางจ้องซือหม่าโยวเย่ว์
ซือหม่าโยวเย่ว์เห็นดวงตากลมโตของเจ้าวิญญาณน้อยจ้องมองตนอย่างแค้นเคือง ทันใดนั้นก็พ่ายแพ้ต่อความน่ารัก มือหนึ่งกอดมันเอาไว้ อีกมือลูบหัวมันพลางเอ่ยว่า “เอาละ ข้ารีบร้อนเกินไปน่ะ บอกมาสิว่ายังมีวิธีการใดอีก”
เจ้าวิญญาณน้อยสัมผัสความรักใคร่ทะนุถนอมของซือหม่าโยวเย่ว์ได้ เมื่อได้ฟังวาจาของเธอจึงเบะปากพูดว่า “เจ้าช่างโง่เง่านัก ยาวิเศษยกระดับพลังยุทธ์ของพวกเขาจากภายใน แต่เจ้ายังทำจากภายนอกได้ด้วยนี่”
“จากภายนอกหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์กะพริบตา “เจ้าจะบอกว่าให้เตรียมสัตว์อสูรผูกพันธสัญญาให้พวกเขาอย่างนั้นหรือ”
เจ้าวิญญาณน้อยพยักหน้า “เจ้าลืมสิ่งที่หมัวซามอบให้เจ้าชิ้นนั้นแล้วหรือ นั่นเป็นสิ่งล้ำค่าเลยทีเดียวล่ะ”
“เจ้าหมายถึงเคล็ดควบคุมสัตว์อสูรหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์นึกถึงสิ่งที่เขียนเอาไว้ในนั้นว่า สัตว์อสูรวิเศษที่ใช้เคล็ดควบคุมสัตว์อสูรทำให้เชื่อง ช่วยเพิ่มพูนพลังยุทธ์ให้กับทั้งสองฝ่ายในขณะที่ทำพันธสัญญาได้ ดวงตาทั้งสองก็เปล่งประกาย เธอบีบแก้มเจ้าวิญญาณน้อยแล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ใช่แล้ว ข้าจัดเตรียมสัตว์อสูรวิเศษให้พวกพี่ๆ ทำพันธสัญญาด้วยได้ เจ้าวิญญาณน้อย ขอบใจเจ้าที่เตือนข้านะ”
พูดจบเธอก็หอมแก้มเจ้าวิญญาณน้อยทีหนึ่งก่อนจะจากไปอย่างพึงพอใจ
“ย