พวกเธอไม่มีสิทธิ์มาเจรจากับฉัน” ปากของเฝ่ยไป่ลู่แย้มยิ้ม ทว่ากลับเป็นยิ้มที่ไม่ถึงตา “ถึงพวกเธอไม่บอก ฉันก็สามารถใช้วิธีอื่นง้างปากพวกเธอได้”
เมื่อนึกถึงวิธีของเฝ่ยไป๋ลู่ นักพรตน้อยหน้ากลมก็หน้าซีดเผือด ตกใจมา พลันมีท่าทางอ่อนลงทันที “ฉันพูดแล้ว! ฉันพูดแล้ว!”
นักพรตน้อยหน้ากลมชี้ไปที่ลี่ฉิว “คนคนนี้เสนอเงินห้าล้าน ขอให้อาจารย์ดำเนินการ เขาบอกว่ามีผีเด็กอยู่ในตัวลี่ซิงจิน ให้พวกเรามาจัดพิธีศพที่บ้านตระกูลลี่เพื่อส่งผีเด็ก”
เฝ่ยไป๋ลู่มองไปทางลี่ฉิว
ทำไมเขาถึงแน่ใจว่าบนตัวลี่ซิงจินมีผีเด็กล่ะ?
ยิ่งไปกว่านั้นปฏิกิริยาแรกไม่ใช่ให้คนมาจับและขับไล่ผีเด็ก แต่กลับเป็นให้ทำพิธีศพส่งผีเด็ก?
เห็นได้ชัดว่าคนตัวจิ๋วเท่านิ้วโป้งนั่นเป็นยันต์กระดาษ เรื่องที่เขาเชิญอาจารย์มาทำพิธีจริง ๆ แล้วอยากจะส่งอะไรกันแน่?
ตอนนี้ลี่ฉิวถูกจ้องมองจนรู้สึกร้อนตัว
เขาตบโต๊ะอย่างเดือดดาล พูดกับลี่ซิงจินด้วยท่าทีดุร้ายแต่ในใจขลาดกลัว “ฉันเป็นพ่อของแก ฉันไม่มีทางทำร้ายแก ฉันเชิญอาจารย์หานมาก็เพราะอยากจะช่วยแกส่งผีเด็กนั่นไป!”
สายตาของลี่ซิงจินเผยความสงสัย
ลี่ฉิวจะใจดีขนาดนี้เลยเหรอ?
พลันลี่ซิงจินก็คิดถึงสิ่งที่เฝ่ยไป๋ลู่บอกเขาเมื่อวาน ‘อย่าไว้ใจคนรอบข้าง’ พลันชายหนุ่มก็กระตุกริมฝีปากอย่างเย้ยหยัน
หากลี่ฉิวมีจิตใจที่ดีขนาดนั้นจริง เขาก็คงไม่ข่มขู่ว่าจะเปิดเผยเรื่องที่เป็นเท็จอยู่ตลอด แล้วก็คงไม่โกรธจนอยากจะใช้ไม้กลองต