นซือหม่าโยวเล่อ ได้แต่ตีสีหน้าเย็นชามาโดยตลอด
ซือหม่าโยวเล่อขยิบตาให้ซือหม่าโยวเย่ว์ เธอเข้าใจความหมายในทันที จึงดึงแขนเสื้อของซือหม่าโยวหรานแล้วเขย่าไปมา
“ท่านพี่สาม ข้ารู้ซึ้งในความผิดของข้าแล้ว ท่านอย่าได้โกรธอีกเลยนะ พอท่านโมโหขึ้นมาทีข้าก็อกสั่นขวัญแขวนไปหมด โอ๊ย บาดแผลข้าเจ็บขึ้นมาอีกแล้ว”
“น้องห้า เจ้าเจ็บตรงไหนหรือ” ซือหม่าโยวเล่อถามอย่างเป็นกังวล
“โอ๊ย… ตรงไหนก็เจ็บไปหมดเลย” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดอย่างน่าสงสาร
“พอกันที ข้ารู้น่ะว่าเจ้าแกล้งทำ” ซือหม่าโยวหรานมองซือหม่าโยวเย่ว์อย่างจนใจ เหตุใดตอนนี้เจ้าเด็กคนนี้จึงได้เหลี่ยมจัดขึ้นกว่าเมื่อก่อนมากนัก “เรื่องนี้พวกเราจะไม่บอกท่านปู่ก็ได้ แต่คราวหน้าหากเจ้ายังกล้าทำอะไรไม่รู้จักหนักเบาเช่นนี้อีก อย่าว่าแต่บอกท่านปู่เลย ข้านี่แหละจะลงโทษเจ้าเป็นคนแรกเอง!”
รู้อยู่ว่าหากซือหม่าโยวหรานพูดเช่นนี้ แสดงว่าเรื่องนี้ก็จบลงเรียบร้อยแล้ว ซือหม่าโยวเย่ว์จึงพูดด้วยรอยยิ้มว่า “คราวหน้าข้าจะไม่ทำอีกแล้ว!”
พูดจบเธอก็แอบเติมประโยคหนึ่งในใจว่าคราวหน้าไม่มีทางให้พวกท่านรู้แน่นอน!
ถ้าหากล่วงรู้ความคิดในใจของเธอ ซือหม่าโยวหรานจะต้องโมโหเธอจนตายแน่
“เอาละ วันนี้ก็พักฟื้นต่อไปก่อน พรุ่งนี้มาดูกันว่าร่างกายของเจ้าเป็นอย่างไร ถ้าหากไม่ไหว พวกเราก็รอกันอีกสักวัน ข้าขอไปหารือกับพวกเขาเรื่องการเดินทางกันสักหน่อยดีกว่า”
ซือหม่าโยวหรานพูดจบก็เดินออกไป ซือหม่าโ