ยวเล่อที่เดินตามหลังหันมาทำท่าโอเค ให้ซือหม่าโยวเย่ว์ หลังจากนั้นจึงค่อยหมุนกายเดินออกไป
ซือหม่าโยวเย่ว์ซุกหน้าลงในหมอนอีกครั้ง ในใจโอดครวญว่าทำผิดพลาดเรื่องตื้นๆ เช่นนี้ได้อย่างไร แต่ก็รู้สึกอบอุ่นใจเพราะความห่วงใยของคนในครอบครัว
หลังจากที่พวกซือหม่าโยวหรานออกไป เว่ยจือฉีก็พยุงเป่ยกงถังเข้ามา ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาทั้งห้าคนเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อยเพราะสถานะที่เปลี่ยนไปของเธอ อย่างน้อยเป่ยกงถังก็คุยเรื่องผู้หญิงๆ กับเธอได้แล้ว
ถึงแม้ว่าวันนี้เธอยังคงนอนอยู่บนเตียง แต่บาดแผลของเธอก็สมานกันได้ดีอย่างรวดเร็วชนิดที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
วันรุ่งขึ้น ซือหม่าโยวเย่ว์ยืนกรานจะเดินทางโดยไม่สนใจว่ายังปวดกระดูกอยู่เล็กน้อยเพื่อไม่ให้แผนการเดินทางของทุกคนล่าช้า ซือหม่าโยวหรานก็ขัดเธอมิได้ จึงได้แต่ให้ทุกคนออกเดินทาง
ทว่าก่อนจะออกจากหุบเขา พวกเขายังมีบางเรื่องที่ต้องจัดการอยู่อีก
“โยวเย่ว์ จะปลุกพวกเขาขึ้นมาตอนนี้เลยหรือไม่” เจ้าอ้วนชวีถาม
“อืม ถ้าหากพวกเขาไม่ตื่นขึ้นมา เรื่องนี้จะนับว่ายุติธรรมได้อย่างไรเล่า!” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดพลางหยิบขวดยาใบหนึ่งออกมาโยนให้เจ้าอ้วนชวี “วางสิ่งนี้ให้พวกเขาดมใต้จมูกสักครู่หนึ่ง”
เจ้าอ้วนชวีทำตาม เพียงครู่เดียวหลังจากที่ได้ดมยาขวดนั้นแล้ว คนเหล่านั้นก็ฟื้นขึ้นมา
“ซือหม่าโยวเย่ว์หรือ!” อู่เถียนผู้เป็นหัวหน้ากลุ่มเห็นซือหม่าโยวเย่ว์ หัวสมองที่ทึบทึมอยู่ก็โปร่งโล่