นอยู่ด้วย ข้าย่อมมิอาจให้พวกเขารู้ได้ว่าข้าเป็นสตรีจึงได้แต่หลอกลวงไปอย่างนั้น! นอกจากนี้นี่ยังไม่นับว่าเป็นการหลอกลวงด้วย เพราะแท้ที่จริงแล้วเรื่องฝูงหมาป่าก็เป็นฝีมือพวกเขาด้วยเช่นกัน”
“คนเหล่านี้!” ซือหม่าโยวเล่อกำหมัดแน่นจนข้อนิ้วขาว จึงระงับตัวเองไม่ให้พุ่งเข้าไปสังหารพวกเขาได้
“หากพูดเช่นนี้ก็หมายความว่าสหายร่วมกลุ่มของเจ้าล้วนรู้กันหมดแล้วว่าเจ้าเป็นสตรีอย่างนั้นหรือ” ซือหม่าโยวหรานมุ่งความสนใจไปที่เรื่องนี้ ถ้าหากพวกเขาพูดออกไปแล้ว เกรงว่าจะต้องยุ่งยากแน่
“ท่านพี่สาม ท่านวางใจได้ พวกเขาบอกแล้วว่าจะไม่มีวันแพร่งพราย” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “ข้าเชื่อมั่นในตัวพวกเขา”
“อืม ข้าเชื่อว่าตอนนี้เจ้าคงไม่มีทางทำอะไรมุทะลุแน่” ซือหม่าโยวหรานพูด “วันนี้เจ้าพักฟื้นไปก่อน พรุ่งนี้พวกเราค่อยออกเดินทางไปเมืองเหยียนกัน ท่านปู่ยังรอพวกเราอยู่ที่นั่นด้วย”
“ท่านปู่ยังไม่กลับไปอีกหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์ถาม
พอคำพูดนี้หลุดออกจากปากเธอก็ตระหนักได้ทันทีว่าได้พูดเรื่องที่ไม่ควรพูดไปเสียแล้ว แต่ทว่าสายเกินไปเสียแล้ว เห็นเพียงแค่ซือหม่าโยวหรานที่สีหน้าเพิ่งจะอ่อนโยนลงขมวดคิ้วนิ่วหน้าอีกครั้ง
“แย่แล้ว คราวนี้หนีไม่รอดแล้วสิ…” ซือหม่าโยวเย่ว์ร้องคร่ำครวญอยู่ในใจ
………………