ทั้งสองของตนคือบุคคลผู้เป็นจุดศูนย์กลางของสหายทั้งสองกลุ่ม พอพวกเขาบอกว่าไม่ไป คนอื่นๆ ล้วนมิอาจพูดอะไรได้
“เอาละ” เธอฝังศีรษะลงในหมอน ดูท่าทางพวกเขาคงไม่มีทางกลับกันเองแน่แล้ว
คนเหล่านั้นรู้ว่าพวกซือหม่าโยวเย่ว์สามพี่น้องเพิ่งได้พบหน้ากัน จะต้องมีเรื่องที่อยากพูดคุยกัแน่นอน จึงพากันออกไป แม้กระทั่งเป่ยกงถังก็ยังหาเหตุผลให้พวกโอวหยางเฟยพานางออกไปด้วยเช่นกัน
เมื่อเห็นว่าในถ้ำไม่มีใครอยู่อีกแล้ว ซือหม่าโยวหรานจึงเอ่ยปากถามว่า “บอกมาสิ ที่แท้อาการบาดเจ็บของเจ้านี่มันเรื่องอันใดกัน”
“รู้อยู่แล้วว่าปิดบังท่านไม่ได้ ท่านดูสิ ท่านพี่สี่ยังไม่เห็นอะไรผิดปกติเลย” ซือหม่าโยวเย่ว์เบ้ปากพูด
“เจ้ายังมีหน้ามาพูดอีก!” ซือหม่าโยวหรานตบศีรษะซือหม่าโยวเย่ว์ “เมื่อครู่หากมิใช่เพราะมีพวกเขาอยู่ ข้าคงฟาดเจ้าไปสองฝ่ามือแล้ว หลอกได้แม้กระทั่งพี่ชายตัวเอง!”
“ไอ้หยา ข้ามิได้จงใจจะหลอกพวกท่านเสียหน่อย!” ซือหม่าโยวเย่ว์มองซือหม่าโยวเล่ออย่างน้อยใจ คาดหวังว่าเขาจะช่วยตัวเองพูดได้ แต่คราวนี้ซือหม่าโยวเล่อกลับมิได้อยู่ข้างเดียวกับเธอ หันไปอีกทางโดยไม่เหลียวแลเธอเลย!
“เอาล่ะ พูดอย่างสัตย์จริงเลยนะ เจ้าบาดเจ็บเช่นนี้ได้อย่างไรกัน!” ซือหม่าโยวหรานพูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
“ก็ได้…” ซือหม่าโยวเย่ว์เล่าเรื่องฝูงหมาป่าและเรื่องที่พบกับงูเหอฮวาน หลังจากนั้นจึงมองพวกซือหม่าโยวหรานอย่างน้อยใจ “เมื่อครู่เพื่อนร่วมกลุ่มของท่า