ซือหม่าโยวเย่ว์ลูบจมูกตนเองแล้วเอ่ยประโยคที่แม้แต่ตัวเองยังไม่เชื่อออกมา
“แค่กๆ คนบริสุทธิ์ผุดผ่องอย่างข้าจะไปทำเรื่องเช่นนั้นได้อย่างไรเล่า”
พอพวกเจ้าคำรามน้อยที่อยู่ในมณีวิญญาณได้ฟังคำพูดของซือหม่าโยวเย่ว์แล้วก็พากันกลอกตา
เว่ยจือฉีมองเธอด้วยสีหน้าบ่งบอกว่าเจ้ากำลังหลอกลวงผู้อื่นอยู่ หากมิใช่เพราะรู้พลังยุทธ์ของเธออยู่แล้ว พวกเขาก็คงจะเชื่อ แต่ผ่านการผจญภัยที่เทือกเขาผู่สั่วในครั้งนี้ พวกเขาก็ได้รู้ว่าเธอมิได้อ่อนแอไปกว่าพวกเขาเลย หรืออาจจะร้ายกาจกว่าพวกเขาเสียอีก ไม่มีทางหลอกพวกเขาได้หรอก!
“ไม่ว่านี่จะใช่ฝีมือเจ้าหรือไม่ ฟังความหมายของพวกน่าหลานหลานแล้ว กลับไปคราวนี้จะต้องไปหาเรื่องตระกูลซือหม่าแน่” เจ้าอ้วนชวีพูดอย่างกังวลใจอยู่บ้าง
ก่อนหน้านี้เขาไม่ใส่ใจเรื่องราวระหว่างตระกูลซือหม่ากับตระกูลน่าหลานเลย แต่ตอนนี้เขาเห็นซือหม่าโยวเย่ว์เป็นพี่น้อง ก็ต้องเห็นเรื่องของเธอเป็นเหมือนเรื่องของตนอยู่แล้ว
“เรื่องที่เจ้าทำให้น่าหลานหลานถูกไล่ออกในคราวนั้น ตระกูลน่าหลานย่อมต้องมีความคับแค้นเจ้าอยู่ในใจ ข้าได้ยินมาว่ายังคอยกดดันครอบครัวเจ้าตลอดหลายเดือนมานี้อีกด้วย หากมิใช่เพราะท่านแม่ทัพซือหม่ามีอำนาจกองทัพอยู่ในมือ พวกเขาจะต้องลงมือแล้วอย่างแน่นอน” เว่ยจือฉีพูด “ถึงแม้ว่าน่าหลานฉีผู้นั้นจะเป็นคนไม่เอาไหน แต่ก็เป็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของน่าหลานเหอ ถ้าหากรู้ว่าเจ้าสังหารเขา พวกเขาจะต้องใช้