”
พวกซือหม่าโยวเย่ว์ลุกขึ้นยืน ปีนขึ้นไปบนก้อนหินแล้วมองไปทางหุบเขา ก็เห็นสัตว์อสูรวิเศษสองตนต่อสู้กัน การต่อสู้นั้นยังกระทบไปถึงสัตว์อสูรวิเศษที่อยู่บริเวณใกล้ๆ ด้วย ทำให้พวกมันถอยไปด้านหลังเป็นระยะทางไม่น้อย
“สัตว์อสูรทิพย์ตนนั้นร้ายกาจจริงๆ ต่อสู้กับสัตว์อสูรเทพได้เลยทีเดียว” เจ้าอ้วนชวีเห็นการต่อสู้ด้านล่างแล้วอดจุ๊ปากมิได้
“นั่นเป็นเพราะว่าสายโลหิตของมันสูงกว่าสัตว์อสูรเทพตนนั้นมากพอสมควรเลยน่ะสิ” เว่ยจือฉีพูด “สายโลหิตสัตว์อสูรวิเศษนี้เมื่อไปถึงระดับขั้นหนึ่งก็จะสามารถขจัดแรงกดดันจากระดับขั้นได้แล้ว แต่จะเอาชนะได้หรือไม่ก็ต้องดูความสามารถของแต่ละคนด้วย”
“สัตว์อสูรเทพตนนั้นซ่อนเร้นความสามารถของตัวเองเอาไว้ สัตว์อสูรทิพย์จะแพ้แล้ว!” เป่ยกงถังพูด
คนอื่นๆ ไม่รู้ว่าเป่ยกงถังรู้ได้อย่างไร แต่หลังจากที่นางเพิ่งเอ่ยวาจาออกไปไม่นาน สัตว์อสูรทิพย์ตนนั้นก็ถูกโจมตีจนล้มลงไปกองกับพื้น หายใจรวยริน
“วานรตนนั้นไปถึงระดับสัตว์อสูรเทพขั้นสองแล้วนี่นา!”
ผู้คนที่ชมดูอยู่รอบๆ แต่ละคนพากันตื่นตะลึงกับพลังยุทธ์ที่สัตว์อสูรเทพแผ่ออกมาในท้ายที่สุด จึงวุ่นวายขึ้นมาพร้อมๆ กัน
“ท่านแม่ทัพขอรับ คิดไม่ถึงว่าวานรตนนั้นจะเป็นถึงสัตว์อสูรเทพขั้นสอง เช่นนั้นการช่วงชิงผลอสรพิษทองคำของพวกเราย่อมทวีความยากขึ้นอย่างมหาศาลแล้ว!” ทหารติดตามด้านหลังซือหม่าเลี่ยคนหนึ่งพูดขึ้น
เดิมทีสัตว์อสูรเทพขั้นหนึ่งกับราชันวิญญาณ