ง “ระดับขั้นของเจ้าวิหคสี่ปีกนี่มิได้ต่ำต้อยเลยกระมัง พอถึงเวลานั้นหากอาละวาดขึ้นมาแล้วเจ้าจะเอาชนะมันไหวหรือไม่เล่า”
“มีพี่ใหญ่เพลิงชาดอยู่ทั้งคน สัตว์อสูรวิเศษตนไหนจะกล้าบุ่มบ่ามต่อหน้าเจ้าบ้างเล่า!” เจ้าคำรามน้อยพึมพำเสียงเบา
“เจ้าว่าอะไรนะ” ซือหม่าโยวเย่ว์ดึงตัวเจ้าคำรามน้อยมาถาม
“ไม่มีอะไรหรอกน่า!” เจ้าคำรามน้อยนึกเรื่องที่เพลิงชาดบอกว่าห้ามพูดถึงเรื่องของมันขึ้นมาได้ จึงรีบปฏิเสธแล้วเปลี่ยนหัวข้อสนทนา “ถึงอย่างไรเจ้าวิหคน้อยก็ไม่มีทางทำร้ายเจ้าอยู่แล้วล่ะ เจ้าวางใจได้เลย!”
“แต่ตอนนี้ข้าทำพันธสัญญาเต็มพิกัดแล้ว มิอาจทำพันธสัญญากับมันได้อีก” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“ไม่เห็นเป็นไรนี่ เจ้าให้มันอยู่ในเจ้าวิญญาณน้อยก็ใช้ได้แล้ว รอให้ถึงเวลาที่เจ้าทำพันธสัญญาได้ก็ค่อยทำแล้วกัน!” เจ้าคำรามน้อยพูดอย่างไม่ใส่ใจ “ถึงแม้ว่าตอนนี้มันเพิ่งจะเป็นเพียงแค่สัตว์อสูรทิพย์ขั้นเก้าเท่านั้น แต่ในร่างของมันมีสายโลหิตวิหคยักษ์โบราณอยู่ เมื่อใดที่สายโลหิตตื่นรู้ก็นับได้ว่าเป็นสัตว์อสูรวิเศษที่ไม่เลวเลยทีเดียว”
ซือหม่าโยวเย่ว์ได้ฟังคำพูดของเจ้าคำรามน้อยแล้วก็เบ้ปากน้อยๆ อะไรกันที่เรียกว่าสัตว์อสูรทิพย์ขั้นเก้านี่มิใช่สิ่งมีชีวิตที่อีกเพียงก้าวเดียวก็จะเลื่อนระดับเป็นสัตว์อสูรเทพแล้วหรอกหรือ ซึ่งเทียบเคียงได้กับสิ่งมีชีวิตระดับราชันวิญญาณเลยทีเดียว ถ้าหากต่อสู้กับซือหม่าเลี่ยขึ้นมา ก็ยังไม่รู้เลยว่าใครจะแพ