องซือหม่าโยวเย่ว์และเป่ยกงถังต่างก็ฉายแววเคร่งขรึมอย่างที่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้
“เหลืออีกหนึ่งวันหนึ่งคืนผลอสรพิษทองคำก็จะสุกงอมแล้ว พวกเราไปพักผ่อนที่บริเวณใกล้ๆ นี้ก่อนเถิด” ซือหม่าโยวเย่ว์เสนอ
พวกเขาเสาะหาพื้นที่ที่ซ่อนเร้นและสามารถมองเห็นเหตุการณ์เบื้องล่างได้แห่งหนึ่งสำหรับพักผ่อน
เพราะว่าพื้นที่แห่งนี้เล็กมาก ถึงแม้ว่าจะซ่อนเร้นเป็นอย่างดีแล้วแต่ก็ไม่มีใครมาครอบครอง
ขณะที่กำลังรอเวลาให้ผลอสรพิษทองคำสุกงอม ซือหม่าโยวเย่ว์อาศัยเหตุผลว่าจะไปทำธุระส่วนตัวปลีกตัวออกมาจากพวกเว่ยจือฉี
เธอมองไปรอบทิศ เมื่อเห็นว่าไม่มีใคร จึงเรียกตัวเจ้าคำรามน้อยออกมา ก่อนจะจ้องมองมันแล้วถามว่า “เจ้าวิหคสี่ปีกนี่มีที่มาที่ไปอย่างไรกัน”
“เจ้าวิหคน้อยน่ะหรือ” เจ้าคำรามน้อยเอียงคอพลางเอ่ยว่า “ข้าเห็นเจ้าอยากจะชิงผลอสรพิษทองคำมา เจ้าวิหคน้อยนี่สามารถบินได้ ถึงเวลานั้นพอเจ้าชิงผลอสรพิษทองคำมาได้แล้ว มันก็สามารถพาพวกเราบินหนีไปได้อย่างไรล่ะ!”
“ดังนั้นเจ้าก็เลยล่อลวงมันมาอย่างนั้นหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“ไอ้หยา เย่ว์เย่ว์ อุตส่าห์มีสัตว์อสูรวิเศษเต็มใจติดตามเจ้า นี่ก็เป็นเรื่องดีแล้วนะ!” เจ้าคำรามน้อยพูด
“ข้าย่อมชอบให้มีสัตว์อสูรวิเศษยิ่งมากยิ่งดีอยู่แล้วล่ะ แต่นี่เจ้าล่อลวงผู้อื่นมา ถึงเวลานั้นพอผู้อื่นเขาได้สติรู้ตัวขึ้นมาแล้วมาคิดบัญชีกับข้าจะทำอย่างไรเล่า” ซือหม่าโยวเย่ว์ยื่นมือไปเขกศีรษะเจ้าคำรามน้อยทีหนึ่