จึงถูกคนจับมาอยู่ที่นี่ได้เล่า”
“เออ.. อืม… ไอ้หยา… เพื่อนของข้าจะอาละวาดแล้ว ข้าต้องไปให้กำลังใจมันสักหน่อย!” ดวงตาของเจ้าคำรามน้อยกลอกไปมาซ้ายทีขวาที เมื่อเห็นเจ้านกตัวที่อยู่กับมันคืนสู่ร่างเดิม ร่างกายขยับคราหนึ่งก็หลุดออกจากกรงเล็บของซือหม่าโยวเย่ว์แล้วบินไปอยู่บนหลังของนกตัวนั้น
“เจ้าวิหคยักษ์ คนพวกนี้บังอาจจับมาเช่นนี้ ก็ให้พวกเขาได้ลิ้มรสความร้ายกาจของเจ้าสักหน่อยสิ!” เจ้าคำรามน้อยตะโกนอยู่บนร่างวิหคสี่ปีก
คนของกลุ่มทหารรับจ้างต่างพรั่นพรึงกันไปหมดแล้ว พวกเขาไม่มีทางจับสัตว์อสูรวิเสษนี้มาได้แน่หากไม่วางยา ตอนนี้มีกันมากมายถึงเพียงนี้ นอกจากนี้สัตว์อสูรวิเศษทั้งหลายยังจ้องมองพวกเขาอย่างชิงชังจนแทบจะเข้ามาฉีกทึ้งพวกเขาในทันทีอยู่แล้ว
ห่าวโหย่วไฉเห็นสัตว์อสูรวิเศษตนแล้วตนเล่าออกมาแปลงกายเป็นร่างเดิมต่อหน้าพวกเขาแล้วก็เข้าไปดึงเสื้อผ้าปรมาจารย์มู่ด้วยร่างกายอันสั่นสะท้านพลางเอ่ยว่า “ปรมาจารย์มู่ ท่านมิได้บอกว่ายาล่อหลอกจะมีฤทธิ์ไปอย่างน้อยๆ ก็เดือนสองเดือนหรอกหรือ เหตุใดตอนนี้พวกมันจึงฟื้นคืนสติกันขึ้นมาหมดแล้วเล่า”
ตอนนี้ปรมาจารย์มู่เองก็มิได้วางท่าผึ่งผายเช่นก่อนหน้านี้อีกแล้ว พอเห็นสัตว์อสูรวิเศษตัวยาวสองสามเมตรก็ได้แต่กลืนน้ำลาย เมื่อได้ฟังคำพูดของห่าวโหย่วไฉจึงเอ่ยว่า “เจ้าถามข้าแล้วให้ข้าไปถามใครกันเล่า!”
“หัวหน้า จะต้องเป็นฝีมือเจ้าพวกเด็กบ้านั่นอย่างแน่นอนเลยขอรับ!” อาโ