ม่นึกถึงคำพูดของซือหม่าโยวเย่ว์ขึ้นมาได้จึงชี้ไปทางนางแล้วพูดขึ้น
“ฮ่าๆ พวกเจ้าทายได้ถูกต้องแล้วละ!” พวกเว่ยจือฉีออกมาจากภายในกระโจม ในมือของเขายังถือหญ้าม่วงขมเอาไว้อีกด้วย
“หญ้าม่วงขม!” ปรมาจารย์มู่มองปราดเดียวก็จำสิ่งที่อยู่ในมือเว่ยจือฉีได้ “หญ้าม่วงขมถอนพิษยาล่อหลอกทั้งหมดได้ มิน่าเล่ายาล่อหลอกของข้าจึงสิ้นฤทธิ์!”
“เฮอะ ตัวท่านเป็นถึงนักฝึกสัตว์อสูรแห่งสมาคมนักฝึกสัตว์อสูร แต่ถึงกับไม่สนใจข้อตกลงระหว่างมนุษย์กับสัตว์อสูรวิเศษ ใช้ยาล่อหลอกจับตัวสัตว์อสูรวิเศษ!” เว่ยจือฉีเอ่ยเสียงดุ
“ในเมื่อเจ้ารู้ว่าข้าเป็นคนของสมาคมนักฝึกสัตว์อสูร ก็ต้องรู้สิว่านี่เป็นธุระของพวกเราสมาคมนักฝึกสัตว์อสูร แต่ยังกล้ามาก่อความวุ่นวายอีก!” ปรมาจารย์มู่ได้ฟังคำพูดของเว่ยจือฉีแล้วจึงตอบพลางมองประเมินเขาอย่างละเอียดไปพลาง ดูจากสิ่งที่เขาพูดแล้วไม่เหมือนคนธรรมดาทั่วไปเลย
“สมาคมนักฝึกสัตว์อสูรหรือ ไม่รู้ว่าหากคนทั้งสมาคมนักฝึกสัตว์อสูรได้รู้ว่าท่านทำเรื่องพรรค์นี้แล้วจะยังอยากเป็นร่มคุ้มภัยให้พวกท่านอยู่อีกหรือไม่! เกรงแต่ว่าเว่ยเหิงคงจะไม่เก็บพวกท่านเอาไว้น่ะสิ!” เว่ยจือฉียิ้มเย็น
“เจ้าเป็นใครกันแน่ เหตุใดจึงรู้จักเว่ยเหิง” เมื่อปรมาจารย์มู่ได้ยินชื่อเว่ยเหิงก็รู้สึกผิดขึ้นมาวูบหนึ่ง คนที่อยู่ในสมาคมนักฝึกสัตว์อสูรคนไหนบ้างที่จะไม่รู้จักท่านรองประธานสมาคมผู้นี้ แต่เขาใช้ชีวิตวิเวกสมถะ น้อยนักที่จะปรากฏต