ัวให้คนข้างนอกเห็น คนที่รู้จักเขามีอยู่ไม่มากนัก ในตอนนี้เมื่อได้ยินเว่ยจือฉีเอ่ยถึงเว่ยเหิง เขาก็รู้ว่าตัวตนของอีกฝ่ายต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน!
“เว่ยเหิงคือท่านอาของข้า ข้าเป็นคนตระกูลเว่ย!” เว่ยจือฉีเอ่ยอย่างภาคภูมิใจ
“คนตระกูลเว่ย!” สองตาของปรมาจารย์มู่เบิกโตเท่าไข่ห่าน เมื่อครู่เขาเกือบจะสังหารคนตระกูลเว่ยเสียแล้ว!
“จือฉี เจ้ามัวแต่เปลืองน้ำลายกับเขาอยู่ทำไมกัน สัตว์อสูรวิเศษเหล่านั้นฟื้นตัวขึ้นมาไม่น้อยแล้ว ถ้าหากพวกเรายังไม่ไปอีก เกรงว่าอาจจะได้รับผลกระทบเข้า” เจ้าอ้วนชวีเอ่ยเตือนอยู่ข้างๆ
สัตว์อสูรวิเศษที่ได้สติกลับคืนมาจากยาล่อหลอกเมื่อครู่นี้คลุ้มคลั่งอยู่ไม่น้อย เมื่อนึกถึงว่าถูกมนุษย์ลอบทำร้ายดักจับมาก็โมโหเป็นฟืนเป็นไฟ ตอนนี้ได้เห็นคนที่ทำร้ายพวกมันก็ยิ่งควบคุมความคิดของตนเอาไว้ไม่อยู่
“โฮก…”
สัตว์อสูรวิเศษส่งเสียงคำรามโฮกใส่พวกเขา จากนั้นก็พุ่งเข้าโจมตีคนของกลุ่มทหารรับจ้าง พวกเว่ยจือฉีถอยออกไปไกลจากจุดนี้แล้ววิ่งขึ้นไปบนต้นไม้เก่าแก่ที่อยู่ไกลออกไปอย่างรวดเร็ว
“พวกเจ้ามาถึงกันหมดแล้วแต่ไม่เห็นเรียกพวกเราเลย!” เจ้าอ้วนชวีเห็นพวกซือหม่าโยวเย่ว์นั่งอยู่บนกิ่งก้านของต้นไม้ใหญ่กันเรียบร้อยหมดทั้งสี่คนแล้วจึงกล่าวตำหนิประโยคหนึ่ง
“พวกเราเห็นพวกเจ้าสนทนากับพวกเขาอยู่อย่างออกรส เลยไม่อยากขัดจังหวะพวกเจ้าน่ะ” เป่ยกงถังพูดล้อเล่นอย่างหาได้ยากยิ่ง
“พวกเจ้าจงใจน่ะสิ!” เจ้าอ้วนชวี