นั่งบนกิ่งไม้เรียบร้อยแล้วจึงเอ่ยตำหนิเสียงเบา
“สัตว์อสูรวิเศษเหล่านั้นพากันคลุ้มคลั่งไปหมดแล้ว เหตุใดเจ้าคำรามน้อยจึงไม่เห็นเป็นอะไรเลยเล่า” เว่ยจือฉีมองดูเจ้าคำรามน้อยที่กระโดดไปพลาง ชี้ไม้ชี้มือไปพลางอยู่บนร่างวิหคสี่ปีกแล้วถามขึ้นอย่างสงสัย
ซือหม่าโยวเย่ว์ยักไหล่แล้วพูดว่า “เรื่องนี้ข้าเองก็ไม่รู้เช่นกัน โอ้ สัตว์อสูรวิเศษเหล่านี้ช่างลงมือกันรุนแรงเสียจริง!”
ทุกคนมองตามสายตาของเธอไป เสือดำตนหนึ่งกำลังฉีกร่างอาโม่ออกเป็นสองส่วนอยู่พอดี ภาพเหตุการณ์นั้นนองเลือดไม่น้อยเลยทีเดียว
“เดิมทีหญ้าม่วงขมก็สามารถทำให้สัตว์อสูรวิเศษคลุ้มคลั่งได้อยู่แล้ว บวกกับถูกมนุษย์ทำร้าย มีความแค้นในใจ ก็ย่อมลงมือไม่เบากันอยู่แล้ว” โอวหยางเฟยพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย
ซือหม่าโยวเย่ว์และเป่ยกงถังไม่ได้รู้สึกอะไรกับฉากนี้มากสักเท่าใดนัก ก่อนหน้านี้คนพวกนี้ยังพูดว่าจะสังหารพวกตนปิดปาก ทั้งยังฝ่าฝืนข้อตกลงอีกด้วย ตอนนี้ได้พบกับจุดจบเช่นนี้ก็นับว่ารับกรรมที่ตนก่อไว้แล้วกัน
เจ้าอ้วนชวีและเว่ยจือฉีไม่เคยเห็นฉากนองเลือดเช่นนี้มาก่อน เมื่อเห็นโลหิตสาดกระจายไปทั่วบริเวณจึงหันหน้าหนีไปโดยสัญชาตญาณ
ถึงแม้ว่ากลุ่มทหารรับจ้างจะมีกันอยู่ถึงสามสิบกว่าคน แต่เมื่อเทียบกับสัตว์อสูรวิเศษเกือบยี่สิบตนแล้วพลังการต่อสู้ย่อมอ่อนแอกว่าเป็นธรรมดา เพียงไม่นานคนเหล่านั้นก็ถูกสัตว์อสูรวิเศษทำลายไปจนหมดสิ้น
หลังจากสัตว์อสูรวิเศษระดับขั้น