“นี่ คราวนี้พวกเราจับตัวสัตว์อสูรวิเศษมาได้มากแค่ไหนแล้วหรือ” บุรุษเคราดกยาวถึงช่วงเอวหนาคนหนึ่งเดินออกมาจากกระโจมพลางถามคนสองคนที่นั่งอยู่ตรงกลางค่ายพักแรม
“หัวหน้า พวกเราจับสัตว์อสูรวิเศษได้เกือบยี่สิบตนแล้วขอรับ สองตนในนั้นยังเป็นสัตว์อสูรทิพย์พูดได้อีกด้วย!” ชายสองคนยืนขึ้นพูด
“หา มีเกือบยี่สิบตนแล้วหรือ” บุรุษเคราดกหนาผู้นั้นพูดอย่างตื่นเต้น “คราวนี้พวกเราจะรวยกันแล้ว ฮ่าๆๆ!”
“หัวหน้า วิธีการของท่านช่างยอดเยี่ยมเสียจริง คนพวกนั้นพากันไปชิงสิ่งล้ำค่ากันหมด แต่พวกเรากลับคอยดักจับสัตว์อสูรวิเศษกันอยู่ที่นี่”
“สัตว์อสูรวิเศษล้วนถูกสิ่งล้ำค่าดึงดูดไป ส่วนพวกที่ผ่านทางมาล้วนถูกยาล่อหลอกที่พวกเราโปรยเอาไว้ทำให้สูญเสียพลังการต่อสู้ไปแล้วถูกพวกเราจับกุมเอาไว้ได้ ถ้าหากขายสัตว์อสูรวิเศษพวกนี้ให้กับบรรดาร้านค้าเหล่านั้น คราวนี้พวกเราต้องรวยเละแน่!”
สองคนนั้นถามหาความดีความชอบจากหัวหน้าของตน ทว่าหัวหน้าผู้นั้นกลับถลึงตาใส่พวกเขาแล้วพูดว่า “ขายให้กับบรรดาร้านค้าเหล่านั้นอะไรกัน ช่างโง่เง่านัก พวกเราจะขายพวกมันให้กับสมาคมนักฝึกสัตว์อสูรต่างหากเล่า!”
“หา สมาคมนักฝึกสัตว์อสูรอย่างนั้นหรือ”
“เฮอะ เจ้าพวกโง่ดักดานทั้งสอง! ข้าคุยกับปรมาจารย์เก๋อเรียบร้อยแล้ว หากพวกเราขายสัตว์อสูรวิเศษให้กับพวกเขา สมาคมนักฝึกสัตว์อสูรก็จะฝึกสัตว์อสูรวิเศษห้าตนให้กับพวกเราโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย” บุรุษเคราดกหนาพูด
“จร