ิงหรือ โอ้ สัตว์อสูรวิเศษที่ฝึกให้เชื่องแล้วห้าตนเชียวนะ!” สองคนนั้นร้องอย่างตื่นเต้นขึ้นมา
“เจ้าสองคนเบาเสียงลงหน่อยสิ ถ้าหากผู้อื่นล่วงรู้เข้า ระวังข้าจะทำให้ขาพวกเจ้าพิการเสีย!” บุรุษเคราดกหนาพูดเสียงดุ
“หึๆ ขอเพียงแค่มีสัตว์อสูรวิเศษที่ฝึกจนเชื่องก็ทำพันธสัญญาได้แล้ว ความตื่นเต้นของพวกเขานั้นเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลย ” บุรุษวัยกลางคนในอาภรณ์เขียวผู้หนึ่งออกมาจากกระโจมแล้วพูดยิ้มๆ
“ปรมาจารย์มู่ ท่านออกมาทำไมหรือขอรับ” บุรุษเคราดกหนามองบุรุษอาภรณ์เขียวพลางเอ่ยขึ้น
“ข้าออกมาดูสัตว์อสูรวิเศษที่เพิ่งจับได้เมื่อครู่สักหน่อยน่ะ” ปรมาจารย์มู่พูด
“สองตนนี้ล้วนเป็นตัวที่เพิ่งจับได้เมื่อครู่ขอรับ” ชายคนหนึ่งยกกรงที่ใส่เจ้าคำรามน้อยและนกน้อยตัวนั้นเข้ามาพลางพูดขึ้น
บุรุษเคราดกหนามองเจ้าคำรามน้อยและเจ้านกน้อยพลางขมวดคิ้วพูดว่า “เหตุใดคราวนี้จึงจับได้เพียงแค่สัตว์อสูรวิเศษเยี่ยงนี้สองตนเท่านั้นเองเล่า พวกมันใช่สัตว์อสูรวิเศษหรือไม่!”
“หัวหน้าห่าว ท่านอย่าเพิ่งโมโหไป ถึงแม้จะไม่เคยพบเห็นสัตว์อสูรวิเศษสองตนนี้มาก่อน…” ปรมาจารย์มู่พูดพลางเบิกตากว้างมองเจ้านกน้อยแล้วเอ่ยอย่างตื่นเต้นยินดีว่า “นี่คือวิหคสี่ปีกหรือ เป็น… เป็นวิหคสี่ปีกจริงๆ ด้วย!”
ปรมาจารย์มู่เข้ามายังข้างกรงแล้วมองเจ้านกน้อยที่ไร้ชีวิตชีวาภายในกรงอย่างตื่นเต้น คิดจะเอื้อมมือไปสัมผัสมัน แต่ดูคล้ายว่าจะมีความลังเลใจอยู่บ้าง สุ