ดท้ายก็กระโดดโลดเต้นไปรอบกรง
“ปรมาจารย์มู่ เจ้าวิหคสี่ปีกนี่คือสัตว์อสูรวิเศษอะไรกันหรือ” เมื่อเห็นท่าทีของปรมาจารย์มู่ หัวหน้าห่าวกับลูกน้องของเขาต่างก็พากันมองเขาอย่างสงสัย
“อะแฮ่ม” ปรมาจารย์มู่พูดพลางแกล้งวางท่าสงบนิ่ง “ข้าเองก็เคยเห็นวิหคสี่ปีกนี่เพียงแค่ในตำราเท่านั้น มันเป็นเพียงแค่สัตว์อสูรวิเศษธรรมดาทั่วไปเท่านั้นเอง เอ๊ะ แล้วเจ้าตัวที่ดูเหมือนกระต่ายนี่มันสัตว์อสูรวิเศษอันใดกัน เหตุใดแม้กระทั่งข้าก็ยังไม่รู้จักเลยเล่า”
เห็นได้ชัดว่าพวกเขาไม่เชื่อคำพูดของปรมาจารย์มู่เลย บอกว่าเคยเห็นเพียงแค่ในตำราเท่านั้น แล้วจะเป็นสัตว์อสูรวิเศษธรรมดาทั่วไปได้อย่างไรกัน แต่เขาพูดเช่นนี้พวกเขาก็มิได้พูดอะไร ทว่าหัวหน้าห่าวกลับลอบส่งสายตาว่าเมื่อถึงเวลาขาย จะต้องเรียกราคาเจ้านกน้อยตนนี้ให้สูงหน่อยอย่างแน่นอน
“ปรมาจารย์มู่ ข้าดูแล้วเหมือนจะมิใช่สัตว์อสูรวิเศษแต่อย่างใด คงเป็นกระต่ายตัวหนึ่งนั่นแหละ” ลูกน้องคนหนึ่งพูด
“ข้าก็รู้สึกว่าเหมือนกระต่ายเช่นกัน” มีคนพูดอย่างเห็นด้วย
“นี่จะเป็นกระต่ายตนหนึ่งไปได้อย่างไรเล่า!” ปรมาจารย์มู่ส่ายหน้าพูด “สามารถอยู่กับวิหคสี่ปีกได้ ก็จะต้องมิใช่สัตว์อสูรวิเศษธรรมดาๆ อย่างแน่นอน แต่ตอนนี้มันอยู่ในสภาพร่างจำแลง รอให้ข้าได้เห็นร่างจริงของมันแล้วอาจจะรู้จักก็ได้นะ”
ขณะนี้เอง คนอื่นๆ อีกสิบกว่าคนก็เดินออกมาจากในป่า ทั้งยังพูดคุยหัวเราะกันตลอดทาง
“หัวหน้า ท่านด