านางเอาไว้พลางเอ่ยว่า “เดิมทีข้าเองก็คิดจะไปดูสิ่งล้ำค่านั่นด้วยตัวเองสักหน่อย แต่ในเมื่อเป็นเช่นนี้ข้าก็จะไปพร้อมกันกับเจ้าด้วยเลยดีกว่า”
“เจ้าจะไปด้วยหรือ” เว่ยจือฉีและเจ้าอ้วนชวีร้องออกมาพร้อมกัน แม้กระทั่งโอวหยางเฟยยังมองคนทั้งสองอย่างไม่เห็นด้วย
“ใช่แล้ว” ซือหม่าโยวเย่ว์พยักหน้า “ข้าและเป่ยกงไปด้วยกัน พวกเจ้าสามคนกลับ…”
“อย่าพูดว่าให้พวกเรากลับกันไปก่อนเชียวนะ!” เจ้าอ้วนชวีพูด “หากพวกเจ้าจะไป ข้าจะไปกับพวกเจ้าด้วยเช่นกัน!”
เว่ยจือฉีนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยว่า “แม้จะไม่รู้ว่าของสิ่งนั้นคือสิ่งใดกันแน่จึงได้ดึงดูดพวกเจ้าสองคนถึงเพียงนี้ แต่ในเมื่ออยากจะไป เช่นนั้นก็นับข้าเข้าไปด้วยอีกคนแล้วกัน มีคนเพิ่มอีกคนก็มีพลังเพิ่มขึ้นมาอีกส่วนหนึ่งนะ”
“ข้าไม่มีทางจากไปคนเดียวหรอก” โอวหยางเฟยพูด
“พวกเจ้า…” เป่ยกงถังมองพวกเว่ยจือฉีแล้วมองรอยยิ้มที่มุมปากซือหม่าโยวเย่ว์ ทันใดนั้นก็รู้สึกแสบจมูกขึ้นมา ในใจเกิดความรู้สึกอบอุ่นที่ไม่ได้สัมผัสมาเนิ่นนานเหลือเกินแล้ว ตลอดมาเธอรู้สึกว่าตัวเองกับพวกเขามิอาจนับได้ว่าสนิทสนมกัน แต่คิดไม่ถึงว่าพวกเขาจะดีต่อนางเช่นนี้
“เอาละ ในเมื่อทุกคนจะไปกันหมด ถึงเวลานั้นจะให้สิ่งล้ำค่ากับเจ้าคนเดียวมิได้หรอกนะ” ซือหม่าโยวเย่ว์เห็นท่าทีซาบซึ้งของเป่ยกงถังแล้วจึงพูดยิ้มๆ
“หืม โยวเย่ว์หมายความว่าอย่างไรหรือ” เจ้าอ้วนชวีถาม
“ในเมื่อทุกคนตัดสินใจจะไปด้วยกัน เช่นน