าโยวเย่ว์ หลังจากนั้นจึงกลับไปอยู่ท่ามกลางพรรคพวกของตนพลางพูดว่า “พวกเราไปกันเถิด”
เจ้าอ้วนชวีมองพวกชิงอู๋หยาจากไปแล้วจึงเอ่ยว่า “คนกลุ่มทหารรับจ้างชิงซานนี้ใช้ได้เลยทีเดียวนะ”
“ใช้ได้เลยล่ะ ดีกว่าที่เคยพบเจอมาก่อนหน้านี้มากมายนัก”
“กินข้าวกันเถิด” ซือหม่าโยวเย่ว์วางอาหารลงบนโต๊ะแล้วเอ่ยเรียกทุกคน
พวกซือหม่าโยวเย่ว์ไม่ได้รีบเร่งเหมือนกลุ่มทหารรับจ้างชิงซาน พวกเขากินอาหารเช้ากันเรียบร้อยแล้วจึงค่อยมุ่งหน้าเข้าไปภายในเทือกเขา
คราวนี้พวกเขาจะต้องเก็บสะสมเครื่องยาหลายชนิด ทั้งยังต้องการซากสัตว์อสูรวิเศษคนละหนึ่งตนอีกด้วย เป็นภารกิจอันหนักอึ้งเช่นเดียวกัน
ภารกิจเสาะหาเครื่องยานั้นง่ายดายขึ้นมากเมื่อมีซือหม่าโยวเย่ว์ เพราะเธอรู้จักเครื่องยาต่างๆ เป็นอย่างดี รู้ว่าเครื่องยาเหล่านั้นเจริญเติบโตอยู่ในสภาวะแวดล้อมแบบไหน ดังนั้นบริเวณที่ต้องไปเสาะหาจึงตีวงแคบลงเป็นอย่างมาก
ผ่านไปหนึ่งวันแล้วพวกเขาก็เสาะหาเครื่องยาส่วนแรกพบ
“โยวเย่ว์ คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะรู้จักเครื่องยาเป็นอย่างดีถึงเพียงนี้” เว่ยจือฉีมองดูเครื่องยาที่วางอยู่ในกล่องแล้วร้องอุทานขึ้น
“ใช่แล้ว โยวเย่ว์ ก่อนหน้านี้ทำไมพวกเราจึงไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเจ้ารู้จักเครื่องยาดีถึงเพียงนี้” เจ้าอ้วนชวีพูด
“เจ้ามิได้อยู่กับข้าตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงเสียหน่อยนี่ ข้าทำอะไรได้บ้าง เจ้าจะไปรู้ทั้งหมดได้อย่างไรกัน” ซือหม่าโยวเย่ว์เหลือบตามองเจ้าอ้วนชว