ม่าโยวเย่ว์มองปราดหนึ่ง นอกจากเธอแล้ว เจ้าอ้วนชวีกับเว่ยจือฉีเหน็ดเหนื่อยจนหอบแฮ่กๆ ส่วนโอวหยางเฟยและเป่ยกงถังก็หมดเรี่ยวหมดแรงเช่นกัน
เธอมองสภาพแวดล้อมรอบทิศปราดหนึ่งแล้วพูดว่า “ตอนนี้ฟ้าก็เริ่มมืดแล้ว มิสู้พวกเราหาสถานที่สักแห่งตั้งที่พัก พักผ่อนกันสักคืนดีกว่า พรุ่งนี้ค่อยเข้าไปในเทือกเขาก็แล้วกัน”
เมื่อได้ฟังคำพูดของซือหม่าโยวเย่ว์ เจ้าอ้วนชวีก็ทรุดนั่งลงกับพื้น มองดูซือหม่าโยวเย่ว์ที่มีสีหน้าผ่อนคลายพลางเอ่ยว่า “โยวเย่ว์ พวกเราเหนื่อยแทบตายกันอยู่แล้ว เหตุใดเจ้าจึงดูไม่เหน็ดเหนื่อยสักนิดเลยเล่า”
“ข้าฝึกปรือร่างกายอยู่เป็นประจำ การสิ้นเปลืองพลังกายพรรค์นี้ไม่มีผลอะไรกับข้าหรอก” ซือหม่าโยวเย่ว์ยักไหล่พูด “พวกเจ้าพักผ่อนกันที่นี่ก่อนเถิด ข้าจะไปดูว่าแถวๆ นี้มีพื้นที่ที่กว้างขวางสักหน่อยหรือไม่”
เธอพูดจบแล้วก็จากไป ทิ้งอีกสี่คนให้พักผ่อนอยู่ที่เดิม
ผ่านไปครู่หนึ่ง ซือหม่าโยวเย่ว์ไปเตร็ดเตร่รอบหนึ่งกลับมาแล้วก็เห็นว่าพวกเจ้าอ้วนชวีพักผ่อนกันเสร็จแล้วจึงเอ่ยว่า “เมื่อครู่ข้าพบสถานที่แห่งหนึ่งตรงโน้นที่เหมาะสำหรับการตั้งที่พัก พวกเราไปกันดีกว่า”
“ดี”
ซือหม่าโยวเย่ว์พาคนอื่นๆ ไปยังสถานที่ที่ตนเห็นเมื่อครู่ แต่คิดไม่ถึงว่าตอนที่ไปจะมีคนชิงตั้งที่พักที่นั่นไปก่อนก้าวหนึ่งแล้ว
ผู้ที่กำลังตั้งที่พักคือทหารรับจ้างกลุ่มหนึ่ง พอเห็นพวกซือหม่าโยวเย่ว์เข้ามา ชายหนุ่มอายุราวๆ ยี่สิบสามสิบปีผู้ห