กตนทำให้เหลืออดเต็มทีแล้วจึงแย้มยิ้มพลางเอ่ยว่า “ไม่พูดก็ไม่พูดสิ! ถึงอย่างไรตอนนี้พวกเราก็ลงเรือลำเดียวกันแล้ว ข้าต้องแข็งแกร่งจึงจะช่วยท่านตามหาอีกครึ่งหนึ่งของท่านได้ และไม่ต้องมาคอยกังวลว่าท่านจะลอบแทงข้างหลังข้าด้วย”
หมัวซาหลุบตาลงให้เปลือกตาบดบังอารมณ์ในแววตาเอาไว้ ที่เขาเจตนาสอนเธอหลอมยานั้นมิใช่ว่าไม่มีจุดประสงค์ของตัวเองเสียหน่อย
“เอาละ ตอนนี้ข้าจะบอกเจ้าเกี่ยวกับความรู้พื้นฐานของการหลอมยา…”
เมื่อได้ฟังคำอธิบายของหมัวซา ซือหม่าโยวเย่ว์จึงมีความเข้าใจเกี่ยวกับการหลอมยามากขึ้นระดับหนึ่ง
ที่แท้แล้วการหลอมยานี้มิได้ง่ายดายเช่นที่เธอจินตนาการเอาไว้ สามขั้นตอนที่ดูเหมือนจะง่ายดาย ทว่าหนทางภายในนั้นกลับมีเป็นหมื่นเป็นแสน หากทำไม่ถูกต้องแม้เพียงนิดเดียวก็ไม่อาจเป็นนักหลอมยาได้สำเร็จแล้ว
“มิน่าเล่า มีปรมาจารย์วิญญาณมากมายถึงเพียงนี้ แต่กลับมีนักหลอมยาเพียงน้อยนิดเท่านั้น” ซือหม่าโยวเย่ว์ลูบคาง
“สิ่งเหล่านี้จะมีได้ภายใต้เงื่อนไขข้อหนึ่งเท่านั้น” หมัวซาพูด
“เงื่อนไขอันใดหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์ถาม
“พลังจิตอันแข็งแกร่ง” หมัวซาพูดจบแล้วก็เหลือบตามองซือหม่าโยวเย่ว์ปราดหนึ่ง เรียกได้ว่าพลังจิตของเธอแข็งแกร่งที่สุดในบรรดาคนรุ่นราวคราวเดียวกันที่เขาเคยเห็นมา ถ้าหากมิใช่ว่าเธอมีพลังจิตอันแข็งแกร่งเช่นนี้ เขาก็คงไม่ผุดความคิดที่จะสอนเธอออกมาอยู่แล้ว
“พลังจิตอันแข็งแกร่งหรือ”
“ตอนหลอมยาจำเป็นต้อ