งใช้พลังจิตมาควบคุม โดยเฉพาะยาวิเศษที่มีระดับค่อนข้างสูง การควบคุมก็จะยิ่งซับซ้อน ความต้องการพลังจิตก็จะยิ่งสูง ถ้าพลังจิตยิ่งแข็งแกร่งก็จะสามารถไปได้ไกลยิ่งขึ้นบนเส้นทางการหลอมยาวิเศษ” หมัวซาพูดอธิบาย
“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง” ซือหม่าโยวเย่ว์ประสานสองมือเอาไว้ที่ท้ายทอยก่อนจะเอนหลังพิงพนักเก้าอี้มองหมัวซาแล้วถามว่า “ท่านมิใช่คนของเผ่ามารหรอกหรือ เหตุใดจึงรู้วิธีการหลอมตำรับยาพื้นบ้านของมนุษย์ด้วยเล่า”
“วิธีการหลอมตำรับยาพื้นบ้านของเผ่ามารและเผ่ามนุษย์นั้นเหมือนกัน เพียงแต่ตอนผนึกยาจะมีความแตกต่างกันอยู่บ้าง” หมัวซาพูด “ตอนท้ายสุดในการหลอมยาของเผ่ามนุษย์จำเป็นต้องเติมพลังวิญญาณแห่งแสงสว่างเข้าไป ส่วนยาวิเศษของเผ่ามารนั้นต้องเติมพลังวิญญาณแห่งความมืดมิด ยาวิเศษที่เหมือนกันบางอย่าง ถ้าหากคนของเผ่ามารกินยาวิเศษที่มีพลังวิญญาณแห่งแสงสว่างเข้าไป ยาวิเศษก็จะกลับกลายเป็นยาพิษ ในทางเดียวกันเผ่ามนุษย์ก็ไม่อาจกินยาวิเศษที่มีไอพลังมืดมิดได้เช่นเดียวกัน”
“เข้าใจแล้ว” ซือหม่าโยวเย่ว์พยักหน้า
“เจ้าวางศิลาวิญญาณเอาไว้บนหน้าผากสิ” หมัวซาพูด
ซือหม่าโยวเย่ว์ไม่รู้ว่าเขาจะทำอะไร แต่ก็ยังหยิบเอาศิลาวิญญาณออกมาตามที่เขาพูดแล้ววางลงบนหน้าผาก ในขณะที่หน้าผากและศิลาวิญญาณสัมผัสกันนั้นเอง ลำแสงสายหนึ่งก็พุ่งออกมาจากศิลาวิญญาณแล้วพุ่งทะลุหว่างคิ้วเธอเข้าไปภายในห้วงสมองของเธอ
“นี่คือเคล็ดวิชาเสริมสร้างพลัง