คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วเอ่ยวาจาที่แม้แต่ตัวเองยังมิอาจเชื่อถือได้ออกมา
เมื่อนักเรียนที่อยู่รอบๆ ได้ยินคำพูดนี้แล้วต่างก็พากันทอดถอนใจ
“ท่านผู้อำนวยการ ท่านหมายความว่าอย่างไรกัน” เฟิงจือสิงพูดด้วยสีหน้าเยียบเย็น
ดูเหมือนว่าผู้อำนวยการจะพึงพอใจกับเหตุผลนี้ของตนเป็นอย่างยิ่ง เขาเอ่ยว่า “ก็หมายความเช่นนี้นี่แหละ หลักฐานนี้ไม่เพียงพอ ไม่อาจบอกได้ว่าน่าหลานหลานเป็นผู้บงการ ดังนั้นจึงไม่อาจตัดสินโทษใดๆ ให้แก่น่าหลานหลานได้”
“ท่านผู้อำนวยการ ท่านทำเช่นนี้ได้อย่างไรกัน!” ซือหม่าโยวเล่อตะคอกใส่ผู้อำนวยการ
“ซือหม่าโยวเล่อ นี่เจ้าทำอะไรของเจ้า!” ผู้อำนวยการมองซือหม่าโยวเล่ออย่างไม่พอใจ “หากเจ้ายังเป็นเช่นนี้อีก ระวังข้าจะลงโทษเจ้าฐานที่ไม่เคารพครูบาอาจารย์นะ! เจ้า…”
ผู้อำนวยการยังพูดไม่ทันจบก็รู้สึกว่ามีเงาร่างคนสายหนึ่งวาบผ่านไปตรงหน้า ตามมาด้วยเสียงกรีดร้องของน่าหลานหลาน
“ซือหม่าโยวเย่ว์ นี่เจ้าทำอะไรของเจ้ากันน่ะ!” ผู้อำนวยการเห็นซือหม่าโยวเย่ว์มาตรงหน้าน่าหลานหลาน แล้วอาศัยจังหวะที่ทุกคนมิได้สนใจจ่อกริชเข้าไปที่คอของนางก่อนจะตะโกนเสียงดัง
“ทำอะไรอย่างนั้นหรือ ท่านก็เห็นแล้วมิใช่หรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “ถึงอย่างไรวันนี้ท่านก็ตั้งใจจะลำเอียงเข้าข้างนางอยู่แล้วนี่ เห็นอยู่ชัดๆ ว่ามีหลักฐานแน่นหนา แต่ท่านกลับไม่ลงโทษนาง ดูจากสิ่งนี้แล้ว อันที่จริงแล้วการทำร้ายนักเรียนก็ไม่เห็นเป็นอะไรเลย ดังนั้น