้นไปอีก
“ข้าคิดจะทำสิ่งใด ต้องให้เจ้ามาถามด้วยหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์เหลือบมองมู่หรงอานอย่างดูแคลนปราดหนึ่ง เมื่อเห็นท่าทางเช่นนั้นของเขาก็รู้ว่าเขาหลงตัวเองอีกแล้ว
เฟิงจือสิงกลับมามีท่าทีสงบนิ่งดังเดิมแล้วพูดว่า “โยวเย่ว์ เจ้าบอกว่าเหอชิวจือผลักเจ้าเข้าไปในค่ายกลนำส่ง และนางก็รับคำบงการมาจากน่าหลานหลานอย่างนั้นหรือ”
ซือหม่าโยวเย่ว์พยักหน้า
เฟิงจือสิงมองเหอชิวจือแล้วถามด้วยสีหน้าเยียบเย็น “เหอชิวจือ เจ้ายอมรับผิดหรือไม่”
เหอชิวจือเห็นท่าทีเช่นนั้นของเฟิงจือสิงจึงรีบคุกเข่าลงไปในทันทีแล้วพูดว่า “ท่านอาจารย์เฟิง ข้าไม่ได้คิดจะทำร้ายซือหม่าโยวเย่ว์เลย เป็นน่าหลานหลานนั่นแหละที่ให้ข้าทำเช่นนี้ ถ้าหากมิใช่เพราะนางบอกข้า นักเรียนใหม่คนหนึ่งอย่างข้าจะรู้ได้อย่างไรกันว่าค่ายกลนำส่งอันที่สี่นั้นมีปัญหา”
“คนในวิทยาลัยที่รู้ว่าค่ายกลนำส่งอันนั้นมีปัญหาก็มิได้มีแค่น่าหลานหลานเพียงคนเดียวเสียหน่อย เจ้าอาศัยอะไรมาอ้างว่านางบงการให้เจ้าทำเช่นนี้กันเล่า เจ้ามีหลักฐานอันใดกัน” ผู้อำนวยการพูด “เช่นนั้นข้าก็พูดได้สิว่าเป็นผู้อื่นที่บงการเจ้า และเจ้าก็อยากปกป้องผู้อยู่เบื้องหลังเจ้าผู้นั้น”
“คำพูดของข้าอย่างไรเล่าที่เป็นหลักฐาน! เป็นน่าหลานหลานจริงๆ ที่ให้ข้าทำเช่นนี้!” เหอชิวจือคิดไม่ถึงว่าผู้อำนวยการจะไม่เชื่อคำพูดของตน จึงตะลึงงันไปชั่วขณะ
เหตุการณ์ในตอนนี้ไม่ได้อยู่นอกเหนือความคาดหมายของซือหม่าโยวเ