่าทีเช่นนั้นของเหอชิวจือ จึงมองผู้อำนวยการอย่างรู้สึกผิดพลางพูดว่า “ผู้อำนวยการเจ้าคะ ข้ามิได้คิดทำร้ายซือหม่าโยวเย่ว์เลยจริงๆ ถ้าหากนางให้เหอชิวจือผู้นี้บอกว่าข้าเป็นคนบงการเล่า ข้าก็หมดหนทางโต้แย้งสิเจ้าคะ”
เหอชิวจือคิดไม่ถึงว่าน่าหลานหลานจะพูดเช่นนี้จึงมองนางอย่างตกใจ นัยน์ตาเผยแววโกรธแค้นและไร้ทางสู้ “คุณหนูน่าหลาน เห็นอยู่ชัดๆ ว่าเป็นท่านนั่นแหละที่บอกข้าว่าหากเข้าไปในค่ายกลนำส่งอันที่สี่แล้วก็ต้องตายอย่างไร้ข้อสงสัย ท่านให้ข้าผลักซือหม่าโยวเย่ว์เข้าไปในนั้นระหว่างการเลือกไข่สัตว์อสูร! ฉะนั้นท่านจะโบ้ยให้ข้าเป็นคนผิดแต่เพียงผู้เดียวไม่ได้!”
น่าหลานหลานแสดงท่าทีเหมือนว่าเจ้าถึงกับกล้าพูดเช่นนี้ได้แล้วเอ่ยว่า “พวกเจ้าดูสิ ข้าบอกแล้วว่านางต้องพูดเช่นนี้ ข้าคิดว่าต้องเป็นเจ้า ซือหม่าโยวเย่ว์ ที่ให้นางพูดเช่นนี้กระมัง”
“ใช่หรือไม่เจ้าก็รู้ดีอยู่แก่ใจแล้วมิใช่หรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์ยิ้มร้ายกาจ เห็นท่าทีของน่าหลานหลานแล้วเหมือนกับดูตัวตลกคนหนึ่งกระโดดขึ้นลงอย่างไรอย่างนั้น
“รู้ดีอยู่แก่ใจอะไรกัน ซือหม่าโยวเย่ว์ ข้ารู้ดีว่าความสัมพันธ์ระหว่างเราสองครอบครัวไม่ใคร่จะดีนัก แต่เจ้าจะมาป้ายสีข้าเช่นนี้มิได้หรอกนะ!”
“ซือหม่าโยวเย่ว์ ที่แท้แล้วเจ้าคิดจะทำสิ่งใดกันแน่” มู่หรงอานมองซือหม่าโยวเย่ว์อย่างรังเกียจ รู้สึกว่าที่เธอทำเช่นนี้ก็เพื่อเรียกร้องความสนใจจากตน จึงยิ่งเห็นเธอขวางหูขวางตามากขึ