่าโยวเย่ว์ขวางทางเอาไว้
เมื่อเห็นซือหม่าโยวเย่ว์ คนทั้งสองที่เดินนำหน้าก็ก้มหน้าลง แล้วมู่หรงอานพูดด้วยสีหน้าเยียบเย็นว่า “ซือหม่าโยวเย่ว์ เจ้ามาหาข้าด้วยเรื่องอันใดกัน!”
“ซือหม่าโยวเย่ว์ เหตุใดเจ้าถึงไร้ยางอายเช่นนี้ เพิ่งได้ยินมาว่าเจ้ากลับมาแล้ว ก็วิ่งแจ้นมาเกาะแกะคุณชายมู่หรงเลยหรือ” คนด้านหลังเปิดปากด่า
“เขาเคยมียางอายเสียที่ไหนกัน มิใช่ว่าเห็นคุณชายมู่หรงครั้งใดก็เข้ามาเกาะติดราวกับสุนัขหรอกหรือ”
ซือหม่าโยวเล่อได้ข่าวของซือหม่าโยวเย่ว์ในตอนเช้า บอกว่าหลังจากเลิกเรียนแล้วให้มาที่จัตุรัสกลางวิทยาลัยด้วย แต่คิดไม่ถึงว่าพอมาถึงแล้วจะได้ยินคนเหล่านั้นด่าว่าน้องชายของตน จึงพุ่งเข้ามาแล้วต่อยคนที่พูดประโยคนั้นไปหมัดหนึ่ง
“กล้าด่าน้องชายข้า รนหาที่ตายนัก!”
“อ๊าก…” คนผู้นั้นถูกต่อยจนล้มลงไปกองกับพื้น
“ซือหม่าโยวเล่อ เจ้าอยากจะสู้กันอย่างนั้นหรือ” คนเหล่านั้นรีบเข้ามาดึงเพื่อนของตนขึ้น
“สู้กันแล้วจะเป็นอย่างไรหรือ” ซือหม่าโยวเล่อมองคนที่จ้องตนแล้วยืนตรงหน้าซือหม่าโยวเย่ว์พลางเชิดคางขึ้นด้วยท่าทีว่าใครกล้าเข้ามาก็จะต่อยคนผู้นั้น
ซือหม่าโยวเย่ว์ดึงแขนของซือหม่าโยวเล่อแล้วพูดว่า “ท่านพี่สี่ พูดกับคนพวกนี้ไปก็แปดเปื้อนปากเปล่าๆ นี่มิใช่การดึงตัวเองให้ต่ำลงหรอกหรือ”
“ซือหม่าโยวเย่ว์ เจ้าว่าอะไรนะ” มีคนตะคอกขึ้น
“ท่านพี่สี่ ท่านดูสิ แม้กระทั่งภาษาคนก็ยังฟังไม่รู้เรื่อง หากท่านสนทนากับพวกเขาต