ว่าเป็นไปไม่ได้ที่นางจะถูกจับได้ว่าทำอะไรลงไป ต่อให้เหอชิวจือพูดว่าเป็นการบงการของตน พอถึงตอนนั้นเธอค่อยปฏิเสธก็ใช้ได้แล้ว จากนั้นจึงสงบท่าทีลงแล้วถามว่า “เจ้ามาหาข้าด้วยเรื่องอันใดกันหรือ”
“ทุกคนมารวมตัวที่นี่ทำไมกัน ยังมีอีก เจ้าบอกมาสิว่าใครกันที่เรียกพวกเรามา” ผู้อำนวยการเห็นคนมารวมตัวกันที่จัตุรัสมากมายถึงเพียงนั้นจึงขมวดคิ้วถามขึ้น
“ท่านผู้อำนวยการ เป็นข้าเองที่ให้คนไปเชิญท่านมา” ซือหม่าโยวเย่ว์เดินขึ้นหน้ามาสองก้าวแล้วพูดว่า “ข้ามีเรื่องที่อยากให้วิทยาลัยให้ความเป็นธรรมกับข้า”
เมื่อเห็นซือหม่าโยวเย่ว์ แววตาของผู้อำนวยการก็มีแววดูแคลนและรังเกียจวาบผ่าน แต่ก็ยังถามขึ้นประโยคหนึ่งว่า “เรื่องอันใดกัน”
“คราวก่อนตอนเลือกไข่สัตว์อสูร ข้าถูกคนลอบทำร้าย ผลักเข้าไปในค่ายกลนำส่งอันที่สี่ นี่เป็นเรื่องที่รู้กันทั่ว ตอนนี้หาตัวคนที่ทำร้ายข้าพบแล้ว เดิมทีคิดจะแก้แค้นพวกนางโดยตรง แต่เมื่อนึกถึงกฎที่ห้ามไม่ให้ทำร้ายกันเป็นการส่วนตัวของวิทยาลัยแล้วจึงมาร้องขอให้ทางวิทยาลัยมาให้ความเป็นธรรมแก่ข้าจะดีกว่าลงมือเอง”
“เป็นใครกันหรือ” ผู้อำนวยการยังไม่ทันเอ่ยคำพูด เฟิงจือสิงก็ชิงถามออกมาก่อนแล้ว
เขาเองก็สงสัยมาตลอดว่าผู้คนมากมายถึงเพียงนั้น เหตุใดจึงต้องเป็นนางที่เข้าไปในค่ายกลนำส่งอันที่สี่ ที่แท้แล้วก็ถูกคนทำร้ายนี่เอง เมื่อนึกถึงว่านางเกือบจะมิได้กลับมาแล้ว ในดวงตาอันเยียบเย็นคู่นั้นสาดประกายหน