ือฉีจึงค่อยปล่อยมือลง
ซือหม่าโยวเย่ว์มองเว่ยจือฉีอย่างซาบซึ้ง หลังจากนั้นก็หมุนตัวมองไปทางคนทั้งสองในศาลาพักร้อนผ่านรอยแยกของหิน
“ช่วยชีวิตหรือ” น่าหลานหลานมองเหอชิวจือที่หมอบอยู่บนพื้นอย่างดูแคลน คนพรรค์นี้ในสายตาของนางมิได้มีค่าแต่อย่างใดเลย แต่เพราะว่านางช่วยตนกำจัดซือหม่าโยวเย่ว์ทิ้ง ตนจึงฝืนทนให้นางติดตามตนอยู่ “ว่ามาสิ คราวนี้เจ้าไปยั่วยุใครเข้าอย่างนั้นหรือ”
“เป็นซือหม่าโยวเย่ว์น่ะ เขากลับมาแล้ว” เหอชิวจือพูด
“ซือหม่าโยวเย่ว์หรือ” เมื่อได้ยินชื่อซือหม่าโยวเย่ว์ น่าหลานหลานสะดุ้งคราหนึ่งก่อนจะพูดว่า “เจ้าบอกว่าเขากลับมาแล้วอย่างนั้นหรือ”
“ใช่แล้ว วันนี้ข้าเห็นเขาที่อาคารเรียนตัวเป็นๆ เลย ยังมีชีวิตแน่นอน!” เหอชิวจือนึกถึงแววตาที่ซือหม่าโยวเย่ว์มองตนแล้วร่างกายสั่นสะท้าน
“จะเป็นไปได้อย่างไรกัน! เจ้าแน่ใจหรือว่าเป็นเขา” เมื่อเห็นว่าเหอชิวจือดูเหมือนจะไม่ได้โกหกก็อดที่จะตกใจมิได้
“เป็นเขาจริงๆ นะ!” เหอชิวจือพูดอย่างมั่นใจ “คุณหนูน่าหลาน ท่านเคยบอกว่าเมื่อเข้าไปในค่ายกลนำส่งอันที่สี่แล้วจะต้องตายอย่างไร้ข้อกังขา ข้าจึงได้เชื่อคำพูดท่านแล้วผลักเขาเข้าไป แต่ตอนนี้เขากลับมาแล้ว และเขายังจะมาแก้แค้นข้าด้วย ทั้งแววตาของเขายังชวนให้คนขนพองสยองเกล้า บอกว่าเขาจะมาเอาชีวิตข้า! คุณหนูน่าหลาน ท่านต้องช่วยข้านะ ตอนนั้นเป็นท่านนั่นแหละที่ให้ข้าทำเช่นนี้!”
พูดแล้วนางก็ยังยื่นมือไปดึงเสื้อผ้าขอ