“เช่นนั้นก็ได้” ซือหม่าโยวเย่ว์กอดเจ้าวิญญาณน้อยเอาไว้แล้วลูบมันสองครั้งก่อนจะพูดว่า “เช่นนั้นก็เอาตามที่ท่านว่านั่นแหละ ข้อตกลงสำเร็จ!”
“ดีมาก!” เพิ่งเอ่ยวาจาจบ หมัวซาโฉบเข้ามาตรงหน้าซือหม่าโยวเย่ว์อย่างฉับพลันแล้วฉวยโอกาสที่เธอไม่ทันระวังประทับจูบลงบนริมฝีปากเธอครั้งหนึ่ง
“ท่านทำบ้าอะไรกัน!” ถึงแม้ว่าจะไม่ได้สัมผัสกันอย่างจริงจัง แต่ซือหม่าโยวเย่ว์ยังถอยหลังไปก้าวหนึ่งแล้วถลึงตาใส่หมัวซา
“ตกลงทำสัญญา!” หมัวซาพูด “วิธีการเฉพาะเผ่ามารเท่านั้น”
“เช่นนั้นท่านก็ไม่ต้องทำเช่นนี้หรอก!” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดด้วยสีหน้าดำทะมึน
“ตอนนี้ข้ามีวิญญาณอยู่แค่นิดเดียวเท่านั้น ก็ได้แต่ทำเช่นนี้แหละ” หมัวซาพูด
ซือหม่าโยวเย่ว์โมโหแต่ทำอะไรไม่ได้ ทำได้เพียงแค่ออกแรงถูริมฝีปากตนครั้งแล้วครั้งเล่า ทำให้ริมฝีปากยิ่งเป็นสีแดงระเรื่อยวนใจคนยิ่งขึ้น
“แล้วเคล็ดควบคุมสัตว์อสูรที่ท่านพูดถึงนั่นเล่า” เธอใช้สายตาทิ่มแทงหมัวซาพลางถามขึ้น
หมัวซามองริมฝีปากแดงเรื่อของเธอแวบหนึ่งแล้วกะพริบร่างเข้าไปภายในศิลาวิญญาณก่อนจะเอ่ยว่า “วางศิลาวิญญาณบนหน้าผากของเจ้าเสีย”
ซือหม่าโยวเย่ว์ทำตามที่เขาบอก ในขณะที่ศิลาวิญญาณสัมผัสหน้าผากนั้นเอง เธอก็รู้สึกว่ามีบางสิ่งบางอย่างทะลุเข้ามาในห้วงสมองของเธอ ทำให้เธอปวดศีรษะขึ้นมา เนิ่นนานจึงจะคลายลง
“เจ้าบ้านี่จะต้องเจตนาอย่างแน่นอน!” เธอพูดพลางลูบหน้าผากตนเอง