้าจะขอลาสักหลายวันหน่อยได้หรือไม่” ซือหม่าโยวเย่ว์ถาม
“ได้แน่นอนอยู่แล้ว ข้าคิดว่าระยะเวลาที่เจ้าอยู่ข้างนอกนี้จะต้องได้รับความยากลำบากไม่น้อยแน่ เช่นนั้นเจ้าพักผ่อนอยู่ที่บ้านให้ดีๆ สักระยะหนึ่งก่อนเถิด” เฟิงจือสิงตอบอย่างตรงไปตรงมา
“เช่นนี้ก็ขอบคุณท่านอาจารย์เฟิงมาก” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “ใช่แล้ว ข่าวเรื่องที่ข้ากลับมา รบกวนอาจารย์เฟิงได้โปรดเก็บเป็นความลับเอาไว้ก่อนนะขอรับ”
“ได้สิ” เฟิงจือสิงพยักหน้าแล้วพูดว่า “ในเมื่อเจ้ากลับมาแล้ว ข้าขอตัวกลับไปที่วิทยาลัยก่อน วันไหนที่เจ้าอยากจะเล่าเรื่องที่เจ้าประสบพบเจอในช่วงที่ผ่านมานี้ให้ข้าฟังก็ค่อยบอกข้าก็แล้วกัน”
พูดจบแล้วเขาก็ลุกขึ้นเดินจากไป
ซือหม่าโยวเย่ว์มองเงาหลังของเฟิงจือสิง ในใจมีข้อสงสัยมากมาย แต่เธอรู้ว่าหากตนไปถามเขาตอนนี้เขาไม่มีทางตอบคำถามของตนอยู่แล้ว
หลังจากที่เฟิงจือสิงออกมาจากจวนแม่ทัพแล้วหันหน้าไปมองแวบหนึ่งพลางเอ่ยพึมพำว่า “ในที่สุดนางก็กลับมาแล้ว ทั้งยังแข็งแกร่งกว่าก่อนหน้านี้ไม่น้อยเลย คงได้พบเรื่องราวบางอย่างขึ้นกระมัง”
“เจ้านาย เช่นนี้ก็ดีแล้ว ท่านไม่ต้องเป็นกังวลอีกต่อไปแล้วล่ะ” เสียงหนึ่งดังมาจากในห้วงสมอง
“อืม ไม่ต้องเป็นกังวลอีกต่อไปแล้ว…”
ซือหม่าโยวเย่ว์รอจนซือหม่าเลี่ยกลับมาแล้วส่งเขาเข้าไปยังห้องลับด้วยตัวเอง เมื่อเห็นประตูห้องลับค่อยๆ ปิดลง เธอจึงหมุนกายจากไป กลับไปยังเรือนของตัวเอง
“คุณชาย”
ซือหม่าโยวเย่ว