ำเอียงนัก แต่ไหนแต่ไรก็ไม่เห็นเคยกอดพวกเราบ้างเลย!” ซือหม่าโยวเล่อเอ่ยพึมพำ
“ถ้าหากเจ้าหายสาบสูญไปหลายเดือน ข้าก็จะกอดเจ้าหลายๆ ทีเหมือนกันนั่นแหละ” ซือหม่าเลี่ยตะคอกใส่ซือหม่าโยวเล่อ
“น้องห้า หลายเดือนนี้เจ้าไปไหนมาหรือ แทบจะทำให้พวกเราร้อนใจตายกันอยู่แล้วนะ!” ซือหม่าโยวฉีเดินเข้ามา เมื่อเห็นซือหม่าโยวเย่ว์ปลอดภัยไร้กังวล หัวใจที่ลอยคว้างอยู่จึงค่อยผ่อนคลายลง
“ใช่แล้ว เจ้าไปที่ค่ายกลนำส่งอันที่สี่ได้อย่างไรกัน แล้วถูกส่งตัวไปแห่งหนใดมาหรือ” ซือหม่าโยวหมิงถาม
“เรื่องนี้พูดแล้วคงจะยาวนัก พวกเราเข้าไปแล้วค่อยว่ากันเถิดนะขอรับ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“ได้สิ!”
พวกเขาเข้าไปในห้องโถงใหญ่ หลังจากที่ซือหม่าโยวเย่ว์นั่งลงแล้วเริ่มเล่าสิ่งที่ตนประสบพบเจอมาให้ฟัง
“พลั่ก…” เมื่อฟังคำพูดก่อนหน้าของซือหม่าโยวเย่ว์แล้วซือหม่าเลี่ยก็ตบโต๊ะเสียงดังก่อนจะเอ่ยอย่างเดือดดาลว่า “ถึงกับมีคนบังอาจทำร้ายเจ้าได้!”
“ข้าก็ว่าแล้วว่าอยู่ๆ เจ้าจะเข้าไปในค่ายกลนำส่งอันที่สี่ได้อย่างไร ที่แท้ถูกคนผลักเข้าไปนี่เอง!” ซือหม่าโยวเล่อพูด “พรุ่งนี้ข้าจะไปที่วิทยาลัยแล้วลากตัวคนผู้นั้นออกมา ให้มันได้เข้าใจว่ามีคนบางคนที่มิอาจลองดีได้!”
“เอ่อ… พวกท่านไม่ต้องตื่นเต้นกันถึงเพียงนี้ก็ได้” ซือหม่าโยวเย่ว์เห็นท่าทางพร้อมรบของพวกเขาแต่ละคนแล้วกลอกตาอย่างจนใจ “พวกท่านยังจะฟังสิ่งที่ข้าพูดกันอยู่หรือไม่”
“น้องห้า เจ้าบอกมาสิว่าเจ้า