“ไม่มีหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์สงสัย ก่อนหน้านี้อูหลิงอวี่มิได้บอกว่ามีหรอกหรือ
“ก่อนหน้านี้ก็มีอยู่เจ้าค่ะ แต่ไม่นานมานี้เพิ่งจะพังไป ตั้งแต่นั้นมาก็ยังไม่มีปรมาจารย์ค่ายกลมาซ่อมแซมให้เลยเจ้าค่ะ” หญิงสาวผู้นั้นพูด “แต่มีไปยังเมืองใกล้ๆ เมืองหลวงอยู่ ท่านไปที่นั่นแล้วค่อยไปยังเมืองหลวงก็ได้ สิ้นเปลืองเวลาและเงินทองไม่มากสักเท่าใดนักหรอกเจ้าค่ะ”
“เช่นนั้นก็ได้ ถ้าอย่างนั้นก็ไปที่นั่นก่อนแล้วกัน” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“เช่นนั้นขอเชิญท่านกรอกข้อมูลก่อน จากนั้นค่อยจ่ายมาห้าตำลึงทองนะเจ้าคะ” สาวใช้ส่งกระดาษแผ่นหนึ่งให้กับเธอ
ซือหม่าโยวเย่ว์รับกระดาษและพู่กันมา ก็เห็นว่าเป็นเพียงแค่ข้อมูลพื้นฐานจำนวนหนึ่งเท่านั้น สะบัดพู่กันไม่กี่ทีก็กรอกเสร็จเรียบร้อยแล้ว หลังจากนั้นก็หยิบเอาห้าตำลึงทองออกมาจากภายในแหวนเก็บวัตถุแล้ววางลงบนโต๊ะยาว
สาวใช้เก็บตำลึงทองลงไปในลิ้นชักก่อนจะหยิบกระดาษมาโดยไม่มองแล้วพูดว่า “เชิญตามข้ามาเจ้าค่ะ”
ซือหม่าโยวเย่ว์ตามนางมาถึงในห้องแห่งหนึ่งที่ลานด้านหลังของสมาคมปรมาจารย์วิญญาณ ก็เห็นว่าตรงกลางห้องมีอักขระค่ายกลอยู่อันหนึ่ง และบนกำแพงก็มีชื่อเมืองอยู่เป็นจำนวนมาก
“เชิญขึ้นไปยืนบนค่ายกลเลยเจ้าค่ะ”
ซือหม่าโยวเย่ว์ขึ้นไปยืน จากนั้นก็เห็นสาวใช้มายังกำแพงด้านข้างแล้วกดลงไปบนชื่อเมืองแห่งหนึ่ง