ตระกูลจงเจิ้งสังหารไปแล้วด้วย เรื่องนี้แน่ใจได้เลยขอรับ”
อูหลิงอวี่นั่งประจำตำแหน่ง เมื่อได้ยินพวกเขาพูดถึงซีเหมินโยวเยว่แล้วก็อดนึกถึงซือหม่าโยวเย่ว์ขึ้นมามิได้ เมื่อนึกถึงท่าทีโมโหจนแทบคลั่งของนางก่อนที่จะจากมา มุมปากก็ยกยิ้มขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เช่นนั้นก็อย่าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของตระกูลซีเหมินอีกเลย” ประมุขตำหนักพูด
“ขอรับ ท่านประมุขตำหนัก” บุรุษผู้นั้นพูด “แต่ตอนที่พวกเราตรวจสอบก็พบว่าตระกูลจงเจิ้งมีคุณหนูอยู่ผู้หนึ่งชื่อว่าจงเจิ้งหานเย่ว์ เป็นผู้มีพรสวรรค์หาตัวจับยากคนหนึ่ง ข้ารู้สึกว่าเข้าร่วมตำหนักผู้วิเศษของพวกเราได้ขอรับ”
“นางอาจเป็นหญิงสาวในคำทำนายผู้นั้นอย่างนั้นหรือ” ประมุขตำหนักถาม
“มิใช่ขอรับ นางเป็นธาตุคู่ทองและไฟขอรับ” ประมุขตำหนักย่อยพูด “พวกเราได้ให้คนไปตรวจสอบนางเรียบร้อยแล้ว มั่นใจว่าเป็นธาตุคู่อย่างแน่นอนขอรับ”
“ในเมื่อเป็นธาตุคู่ เช่นนั้นก็รับตัวเข้ามาเถิด” ประมุขตำหนักโบกมือซ้าย มือขวาเท้าบนที่วางแขนยันศีรษะเอาไว้พลางพูดว่า “แล้วพวกเจ้าที่อื่นๆ เล่า”
“ประมุขตำหนัก ข้าพบตัวปรมาจารย์วิญญาณจตุธาตุคนหนึ่งในสำนักของพวกเราขอรับ” ประมุขตำหนักย่อยที่ดูท่าทีเย็นชาคนหนึ่งพูดขึ้น
“แน่ใจว่าเป็นจตุธาตุจริงๆ หรือไม่”
“ใช่แล้วขอรับ ท่านประมุขตำหนัก นางเป็นเด็กหญิงอายุสิบปีคนหนึ่ง เพิ่งจะเริ่มต้นฝึกยุทธ์ ตอนที่ทดสอบในตระกูลพบว่าเป็นจตุธาตุขอรับ”
“ไม่ว่