พูดจบแล้วเขาก็หมุนกายเดินเข้าไปในอุโมงค์นั้น พอเขาเข้าไปแล้วอุโมงค์นั้นก็สมานติดกันดังเดิมราวกับไม่เคยปรากฏขึ้นมาก่อนอย่างไรอย่างนั้น
“สมควรตาย!”
พออูหลิงอวี่จากไปแล้ว ร่างกายของซือหม่าโยวเย่ว์จึงขยับเขยื้อนได้ดังใจ เมื่อนึกถึงความรู้สึกที่โดนสะกดนิ่งเมื่อครู่แล้วเธอก็โมโหอย่างยิ่ง ถ้าหากเขาอยากจะสังหารตนแล้วล่ะก็ เธอคงไม่มีแม้กระทั่งเรี่ยวแรงสู้กลับเลยเสียด้วยซ้ำ
แต่สิ่งนี้ก็ปลุกจิตวิญญาณในการต่อสู้ของเธอขึ้นมา คนที่อาศัยเพียงแค่ความรู้สึกอย่างเดียวแล้วสังหารศัตรูได้ในเสี้ยววินาที นั่นก็คือพลังของยอดฝีมือมิใช่หรือ
เธอมองดูแหวนมนตร์บนนิ้วมือ เมื่อนึกถึงว่าเขารู้ว่าตนเป็นผู้หญิง ทั้งยังจุมพิตตนถึงสามครั้ง เธอก็เกิดแรงผลักดันที่นึกอยากจะฆ่าเขาให้ตายอย่างหนึ่งขึ้นมา
“ฝากไว้ก่อนเถอะ! แค้นนี้ไม่ได้ชำระ ข้าก็จะรังควานท่านไม่เลิกเลย!” ซือหม่าโยวเย่ว์ตะโกนเสียงดังลั่นใส่บริเวณที่อุโมงค์ปรากฏขึ้นเมื่อครู่
นี่คือจูบแรกของเธอตลอดการดำรงชีวิตมาสองชาติเชียวนะ แต่มาถูกช่วงชิงไปเช่นนี้เสียได้ คิดๆ แล้วก็น่าโมโหเหลือเกิน
“เย่ว์เย่ว์…” เมื่อเห็นท่าทางเดือดดาลของซือหม่าโยวเย่ว์ เจ้าคำรามน้อยก็ส่งเสียงเล็กเสียงน้อยมาจากในมณีวิญญาณ
“ว่าอย่างไร” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดอย่างอารมณ์ไม่ดี
“คือว่าข้าได้ยินเสียงสัตว์อสูรวิเศษจำนวนมากวิ่งมา ถ้าหากเจ้ายังมัวอยู่ที่นี่ละก็…”