ดียวกลิ่นหอมของเนื้อย่างก็โชยมา เธอจึงค่อยโรยเครื่องปรุงรสที่เตรียมเอาไว้เรียบร้อยแล้วลงไปบนนั้นก่อนจะย่างต่อไปอีกครู่หนึ่งแล้ววางลงในจานด้านข้าง
พอเธอย่างเนื้องูทั้งหมดเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงค่อยจัดจานวางลงบนโต๊ะ
“ท่านจะกินไหม” ดีร้ายอย่างไรตอนนี้เขาก็เป็นนายจ้าง เธอจึงถามสักหน่อยพอเป็นพิธี
อูหลิงอวี่ดูเหมือนจะมีความลำบากใจกับเนื้องูอยู่บ้าง แม้จะลังเลอยู่ครู่หนึ่งแต่เขาก็ยังมาตรงหน้าโต๊ะแล้วหยิบเอาเนื้องูย่างขึ้นมากิน
เมื่อกินเนื้องูย่างไป น้ำแกงงูก็เริ่มเคี่ยวจนได้ที่แล้ว ซือหม่าโยวเย่ว์จึงตักน้ำแกงสองชามให้กับทั้งสองคน รสชาติสดอร่อยทำให้อูหลิงอวี่ทำลายกฎของการไม่กินเนื้องูอีกครั้ง
“ดูเหมือนเจ้าจะทำอาหารเก่งใช้ได้เลยทีเดียวนะ” อูหลิงอวี่กินน้ำแกงในชามจนหมดแล้วจึงถามขึ้น
“ท่านก็รู้ว่าก่อนหน้านี้ข้าไม่อาจบำเพ็ญได้” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “ดังนั้นข้าก็เลยได้แต่กินข้าวมาโดยตลอด หลังจากนั้นก็เลยทำอาหารได้น่ะ”
“จวนแม่ทัพไม่มีพ่อครัวหรอกหรือ”
“พ่อครัวทั่วไปทำอาหารได้อร่อยเท่าข้าอย่างนั้นหรือ”
“…ก็ไม่”
“เช่นนั้นก็ไม่ต้องมี นอกจากนี้ข้ายังชื่นชอบเวลาได้ลงมือทำแต่ละขั้นตอนเป็นอย่างมากอีกด้วย”
กินข้าวหมดแล้วเธอก็เก็บข้าวของขึ้นมาแล้วเสาะหาสัตว์อสูรวิเศษที่อยู่ตามลำพังในภูเขาเพื่อทำการฝึกฝนต่อไป
ตอนกลางคืนพวกเขาก็ไม่ได้กลับไปยังถ้ำภูเขาในแก่งหิน แต่หาถ้ำภูเขาแห่งหนึ่งในบริเวณรอบนอกพักผ่อนแทน ถึงอ