อูหลิงอวี่นั่งอยู่ภายในถ้ำ ให้วิญญาณของตนรวมตัวกันเล็กน้อย
อาจารย์ของเขาเคยบอกเอาไว้ว่าวิญญาณของเขาไม่สมบูรณ์ พูดได้ว่าหากเทียบกับคนอื่นเขามีวิญญาณเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น ดังนั้นร่างกายของเขาอาจจะอ่อนแอลงเรื่อยๆ ตามอายุที่เพิ่มขึ้นได้ เพราะว่าวิญญาณครึ่งเดียวนั้นไม่อาจรองรับร่างกายที่แกร่งกล้าขึ้นเรื่อยๆ ของเขาได้
นอกจากร่างกายจะอ่อนแอลงเรื่อยๆ แล้ว ยังมีข้อเสียอยู่อีกอย่างหนึ่งนั่นก็คือเขาจะต้องหมดสติครั้งหนึ่งเป็นระยะๆ นอกจากนี้หลังจากที่หมดสติไปแล้วยังจะไม่อาจใช้พลังวิญญาณได้ไปอีกระยะเวลาหนึ่งด้วย จำเป็นจะต้องใช้ยาวิเศษที่อาจารย์ของเขาเตรียมให้สำหรับเขา ค่อยๆ ฟื้นฟูวิญญาณอย่างช้าๆ
แม้ว่าเขาบำเพ็ญไปเนิ่นนาน ซือหม่าโยวเย่ว์ก็ยังไม่กลับมา เขาลุกขึ้นออกมานอกถ้ำก็พบว่าขณะนี้เป็นเวลาพลบค่ำแล้ว
“เจ้านาย นางคงจะมิได้เอายาวิเศษที่ท่านให้หนีไปแล้วกระมัง” สัตว์อสูรผูกพันธสัญญาอีกตนหนึ่งของอูหลิงอวี่พูดขึ้นมาจากในมิติพันธสัญญา
อูหลิงอวี่ก็มีความคิดเช่นนี้อยู่ชั่วขณะหนึ่งเช่นกัน แต่หลังจากที่นึกถึงนัยน์ตาใสบริสุทธิ์คู่นั้นของเธอแล้วก็ส่ายหน้าก่อนจะพูดว่า “นางไม่มีทางทำเช่นนั้นแน่”
เพิ่งเอ่ยวาจาออกไป เงาร่างของซือหม่าโยวเย่ว์ก็ปรากฏขึ้นที่อีกฟากหนึ่งของแก่งหิน คล้ายกับคิดไม่ถึงว่าอูหลิงอวี่จะอยู่ที่ปากถ้ำ ตอนที่มองเห็นเขาเธอก็ยังสะดุ้งคราหนึ่ง
อูหลิงอวี่เห็นท่าทางการเดินของซือหม่าโยวเย่ว์ผิดป