ซือหม่าโยวเย่ว์โมโหอยู่บ้างจึงถลึงตาใส่อูหลิงอวี่อย่างมุ่งร้าย
อูหลิงอวี่เห็นแพขนตาของนางสั่นไหว ทันใดนั้นก็นึกถึงดวงตาอันเปี่ยมชีวิตชีวาและจริงจังคู่นั้นที่ตนเห็นตอนฟื้นขึ้นมา
“เจ้าทับถูกบาดแผลของข้าแล้วนะ”
ซือหม่าโยวเย่ว์นึกถึงบาดแผลบนร่างของเขาขึ้นมาจึงลุกขึ้นมาจากร่างเขาก่อนจะพูดว่า “ข้าเป็นบุรุษ ไม่มีความสนใจอันใดในตัวท่านหรอก ท่านรีบขยับเข้าไปข้างในให้ข้าเร็วเข้า”
คราวนี้อูหลิงอวี่มิได้พูดอะไรเพียงขยับเข้าไปข้างในเล็กน้อย
ซือหม่าโยวเย่ว์หยิบเอาหมอนอีกใบจากในแหวนเก็บวัตถุออกมาวางไว้ด้านนอกแล้วนอนตะแคงหลับตา ไม่สนใจอูหลิงอวี่อีกต่อไป
สตรีคนหนึ่งอย่างเธอยังนอนร่วมเตียงเดียวกันกับเขาโดยไม่สนใจอะไรได้เลย แต่เขายังคงอิดออดอยู่อย่างนั้น คิดดูแล้วก็รู้สึกหงุดหงิดเหลือเกิน
อูหลิงอวี่สัมผัสได้ว่าซือหม่าโยวเย่ว์โมโหเสียแล้ว เขาลูบบาดแผลบนท้องของตัวเอง คิดไม่ถึงว่าการกระทำของเจ้าเด็กผู้นี้จะคล่องแคล่วถึงเพียงนั้น การโจมตีประชิดตัวเช่นนี้ ถ้าหากมิใช่เพราะประสบการณ์การต่อสู้อันโชกโชนของเขา เกรงว่าคงจะมิใช่คู่ต่อสู้ของนางแน่
เมื่อนึกถึงข่าวลือเกี่ยวกับนาง ก่อนหน้านี้นางเป็นคนไร้ค่าจริงๆ น่ะหรือ
ถ้าหากข่าวลือทั้งหมดก่อนหน้านี้เป็นเท็จ เช่นนั้นนางก็ซ่อนเร้นเอาไว้ได้ลึกล้ำเกินไปเสียแล้ว
ท่าทีที่นางตะคอกใส่ตนเมื่อครู่นั้นก็ช่างทรงพลังยิ่งนัก
แต่ทุกครั้งที่เห็นเธอปลอมเป็นบุรุษ เขาก็รู้สึกขบขันขึ