ว์อสูรวิเศษระดับต่ำเหล่านั้นก็อาจจะไปหลบซ่อนตัวกันหมด จึงได้เก็บตัวมันเข้าไปไว้ภายในมณีวิญญาณ เหลือเอาไว้เพียงแค่เจ้าคำรามน้อยอยู่เป็นเพื่อนตนข้างนอก
เทือกเขาผู่สั่วมีสัตว์อสูรวิเศษอยู่มากมายจริงๆ พวกเธอเพิ่งจะลงมาจากยอดเขาลูกนั้นก็พบกับกิ้งก่าอัคคีตัวหนึ่งเข้าเสียแล้ว
“เย่ว์เย่ว์ นั่นคือสัตว์อสูรวิเศษระดับต่ำขั้นสามตนหนึ่ง ตอนนี้พลังยุทธ์ของเจ้าต่อสู้กับมันได้” เจ้าคำรามน้อยมองระดับขั้นของกิ้งก่าอัคคีออกแล้วจึงเอ่ยขึ้น
“เป็นธาตุไฟเหมือนกันเลย ทดสอบว่าพลังวิญญาณธาตุไฟของข้าเป็นอย่างไรได้พอดีเลย” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
กิ้งก่าอัคคีมองเห็นซือหม่าโยวเย่ว์แล้วสองตาก็เปล่งประกายในทันใด นึกอยากจะจับเธอกินราวกับสุนัขมองเห็นแท่งกระดูกอย่างไรอย่างนั้น
เพราะว่าบนร่างของซือหม่าโยวเย่ว์ไม่มีระลอกคลื่นพลังวิญญาณอยู่ ดังนั้นกิ้งก่าอัคคีก็ย่อมเห็นเธอเป็นคนธรรมดาอยู่แล้ว ในตอนแรกก็มิได้คิดจะใช้พลังวิญญาณโจมตีเธอเลย หากแต่ตวัดหางยาวเหยียดของตนเข้ามา
ไม่พูดไม่ได้ว่าสัตว์อสูรวิเศษเหล่านี้ล้วนมีรูปลักษณ์อันแข็งแกร่ง กิ้งก่าอัคคีตนนั้นก็เพียงแค่ตวัดหางอย่างสุ่มๆ เท่านั้น ก้อนหินก้อนที่ซือหม่าโยวเย่ว์ยืนอยู่เมื่อครู่ก้อนนั้นก็ถูกฟาดเสียจนเป็นรอยหลายรอย
“ช่างมีพละกำลังยิ่งใหญ่เหลือเกิน!” หลังจากที่ซือหม่าโยวเย่ว์ยืนที่อีกฝั่งหนึ่งอย่างมั่นคงแล้วก็มองดูรอยแผลบนก้อนหินด้วยความตื่นตะลึงเล็กน้อย “ดูท่าทางสัตว์อส