ูรวิเศษจะมีร่างกายอันแข็งแกร่งไม่เลวเลยทีเดียว”
เมื่อพบกับศัตรูที่แข็งแกร่งเธอก็ตื่นเต้นเป็นพิเศษ ในเมื่อพละกำลังของมันมากมายเช่นนั้น และร่างกายมนุษย์ก็ค่อนข้างเปราะบาง เธอก็ย่อมต้องใช้ประโยชน์จากจุดแข็งและหลีกเลี่ยงจุดอ่อน
“ข้ายังไม่เคยใช้พลังวิญญาณสู้กับผู้อื่นมาก่อนพอดีเลย เจ้าก็มาเป็นสัตว์ทดลองตัวแรกให้ข้าก็แล้วกัน” พูดแล้วเธอก็เริ่มรวบรวมพลังวิญญาณภายในร่างกายให้พวกมันมารวมตัวกันอยู่ในฝ่ามืออย่างช้าๆ
กิ้งก่าอัคคีมองเห็นซือหม่าโยวเย่ว์กำลังเริ่มต้นรวบรวมพลังวิญญาณจึงส่งเสียงดังลั่นแล้วใช้หางฟาดลงมาทางเธออีกครั้ง คล้ายกับจะตัดตอนการกระทำของเธอ
ซือหม่าโยวเย่ว์มองเห็นการเคลื่อนไหวของกิ้งก่าอัคคีจึงรีบเบี่ยงตัวหลบไปที่อีกฟากหนึ่ง หลบเลี่ยงการโจมตีได้อย่างหวุดหวิด
ถ้าหากเป็นคนธรรมดาทั่วไปแล้วถูกโจมตีเช่นนี้ก็จะต้องถูกขัดขวางอย่างแน่นอน ก็เหมือนกับเมิ่งถิงบนเวทีประลองเมื่อคราวก่อนที่โยนลูกพลังวิญญาณออกมาก่อนเวลาเพราะเห็นตนพุ่งเข้าไปนั่นเอง
ทว่าถึงแม้เธอจะชะงักไปชั่วขณะ แต่กลับรวบรวมพลังวิญญาณในมือต่อไปโดยมิได้หยุดลงกลางคัน
เมื่อพลังวิญญาณเพิ่มพูนขึ้น ลูกพลังวิญญาณก็ขยายขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ตามไปด้วย เธอสัมผัสได้ถึงพลังที่แบกรับอยู่บนมือของตนแล้ว ซึ่งให้ความรู้สึกแตกต่างไปจากการหันปากกระบอกปืนใส่ผู้อื่นเมื่อชาติก่อน พลังเช่นนี้ทำให้คนรู้สึกว่าตนเองเปิดแผ่นฟ้าแยกผืนดินได้ตลอดเวลาก็มิปาน