ือหม่าโยวเย่ว์หุงข้าวทำอาหารอย่างเชี่ยวชาญ
“เจ้าอยู่บ้านก็เป็นเช่นนี้หรือ” เขาถามเสียงดัง
เคยได้ยินแต่ชื่อเสียงฉาวโฉ่ด้านการเป็นคนไร้ค่าของนาง แต่ไม่เคยรู้เลยว่านางก็ทำอาหารได้อย่างเชี่ยวชาญถึงเพียงนี้ หรือพูดได้ว่าอาหารที่นางทำนั้นยังอร่อยกว่าโรงเตี๊ยมหรือห้องอาหารใหญ่ๆ ทั่วไปเสียอีก
“นับว่าใช่ก็ได้” ซือหม่าโยวเย่ว์เหลือบมองเขาปราดหนึ่ง ยาวิเศษของโลกแห่งนี้ช่างล้ำเลิศนัก อย่างบาดแผลบนท้องของเขานี้ถ้าหากอยู่ในชาติก่อน ถึงอย่างไรก็ต้องนอนพักฟื้นอยู่บนเตียงหลายเดือน แต่เขาหายดี เพียงไม่กี่ชั่วโมงก็ลงจากเตียงได้แล้ว
อูหลิงอวี่พิงร่างกับผนังปากถ้ำโดยไม่เอ่ยวาจา เพียงแค่มองดูซือหม่าโยวเย่ว์ทำอาหาร หรือบางทีก็มองม่านราตรีของเทือกเขาผู่หลัว
ซือหม่าโยวเย่ว์ทำอาหารเสร็จแล้วจึงจัดเป็นสองสำรับวางลงบนโต๊ะก่อนจะพูดว่า “ดูเหมือนว่าคนที่พลังยุทธ์แข็งแกร่งอย่างพวกท่านจะไม่กินข้าวกันสักเท่าไหร่ ถ้าท่านไม่อยากกินก็วางเอาไว้ตรงนั้นเถิด”
“ถึงแม้ว่าจะไม่รู้สึกหิว แต่พอเห็นเจ้าทำอย่างกระตือรือร้นเช่นนี้ข้าก็อยากจะชิมดูสักหน่อยเหมือนกัน”
แสงจันทร์กระจ่างดุจน้ำใส คนทั้งสองนั่งกินอาหารอยู่ที่โต๊ะกลางแจ้ง มีเสียงคำรามของสัตว์อสูรวิเศษเป็นดนตรีประกอบให้พวกเขาเป็นระยะๆ
เพราะเวลาก็มืดค่ำแล้ว เธอจึงทำเพียงแค่ตุ๋นโจ๊กและผัดกับข้าวสองจานเล็กเท่านั้น ถึงแม้ว่าจะเป็นอาหารที่เรียบง่าย แต่เมื่อเปรียบเทียบกับรสชาติของ