ซือหม่าโยวเย่ว์เดินเข้าไป เมื่อเห็นรอยเลือดบนก้อนหินแล้วก็พูดว่า “คนผู้นี้เสียเลือดถึงเพียงนี้ ไม่รู้ว่าตายหรือยัง”
“ข้ายังได้ยินเสียงหายใจของเขาอยู่เลยนะเย่ว์เย่ว์” เจ้าคำรามน้อยมองซือหม่าโยวเย่ว์อย่างรังเกียจ
เฮ้อ หลังจากที่นางเกิดใหม่แล้วสูญเสียความทรงจำก็โง่ลงเรื่อยๆ เสียแล้ว
“หลั่งเลือดมากมายถึงเพียงนี้ ถ้าหากอยู่บนโลกก็คงจะตายสนิทไปนานแล้ว” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
ดูเหมือนว่าเจ้าคำรามน้อยจะค่อนข้างตื่นเต้นกับคนผู้นี้ ซือหม่าโยวเย่ว์ยังไม่ทันจะเดินไปถึงข้างหน้า มันก็วิ่งออกไปจากอ้อมแขนของนางแล้วทะยานไปถึงเบื้องหน้าของคนผู้นั้นแล้ว
“เย่ว์เย่ว์ คนผู้นี้ช่างมีรูปงามเหลือเกิน” เมื่อเจ้าคำรามน้อยมองเห็นใบหน้าของคนผู้นั้นก็ร้องอุทานออกมา
ซือหม่าโยวเย่ว์เดินเข้าไปมองใบหน้าของเขาให้ชัดเจน ใบหน้าคมคายดุจมีด สันจมูกโด่งตรง ริมฝีปากได้รูปเย้ายวนใจ ส่วนดวงตานั้นปิดสนิทจึงไม่รู้ว่างดงามน่ามองหรือไม่ แต่ขนตางอนยาวนั้นกลับดึงดูดใจคนเป็นอย่างยิ่ง
ช่างเป็นชายที่รูปงามเสียจริง! แต่ชาติก่อนเธอเคยเห็นผู้ชายแบบนี้มามากมายแล้ว ถึงแม้ว่าจะไม่ได้หล่อเหลาอย่างเขา แต่พอจะมีภูมิคุ้มกันอยู่บ้าง
เธอเบ้ปากแล้วพูดว่า “รูปงามกว่าข้าจริงๆ นั่นแหละ คนที่รูปงามกว่าข้าก็จัดเป็นศัตรูทั้งหมด พวกเราไปกันเถิด”
“เย่ว์เย่ว์ เจ้าไม่ช่วยเขาหรือ” เจ้าคำรามน้อยเห็นซือหม่าโยวเย่ว์เพียงแค่มองใบหน้าของคนผู้นั้นอย่างตกตะลึงครู่หน