ึ่งแล้วต่อจากนั้นกลับทำเหมือนจะทิ้งเขาไป มันจึงรีบถามอย่างตกใจ
“เพราะเหตุใดจึงต้องช่วยเขาด้วยเล่า” ซือหม่าโยวเย่ว์เหลือบมองชายผู้นั้นแวบหนึ่งแล้วพูดว่า “ก่อนหน้านี้เจ้าก็เพิ่งจะกลับไปจากที่นี่เองมิใช่หรือ แต่ตอนที่เจ้ากลับไปเขามิได้อยู่ที่นี่เสียหน่อย แต่พอพวกเราออกมาเขาก็มาอยู่ที่นี่เสียแล้ว เจ้าไม่รู้สึกว่าแปลกประหลาดเหลือเกินหรอกหรือ”
“บางทีเขาอาจถูกสัตว์อสูรวิเศษทำร้ายเข้าตอนที่ข้าเพิ่งกลับไปพอดีก็ได้ แล้วตอนวิ่งมาถึงที่นี่ก็หมดสติไป” เจ้าคำรามน้อยพูด
ซือหม่าโยวเย่ว์เดินไปข้างหน้าสองก้าวแล้วอุ้มเจ้าคำรามน้อยที่หมอบอยู่ตรงหน้าชายผู้นั้นพร้อมกับน้ำลายไหลยืดขึ้นมาแล้วพูดว่า “เจ้าคำรามน้อย อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ถึงจิตใจที่ซ่อนอยู่ภายใต้รูปลักษณ์อันใสซื่อของเจ้านะ เจ้าน่ะเป็นสัตว์มงคลนะ มิใช่หมาป่ากระหายกามเสียหน่อย!”
“เดิมทีข้าก็มิใช่หมาป่ากระหายกามหรอกน่า!” เจ้าคำรามน้อยถูกซือหม่าโยวเย่ว์หิ้วคอ ขาเล็กสั้นป้อมทั้งสี่เตะไปมาอยู่กลางอากาศ “เย่ว์เย่ว์ ไม่แน่ว่าหากช่วยเขาแล้วพวกเราก็อาจจะได้รู้ว่าที่นี่คือที่ไหนก็ได้นะ ถามมนุษย์ย่อมดีกว่าถามสัตว์อสูรวิเศษอยู่แล้ว อย่างมากสัตว์อสูรวิเศษก็รู้เพียงว่าที่นี่คือที่ไหน แต่มนุษย์ยังรู้ด้วยว่าจะไปจากที่นี่ได้อย่างไร”
ฝีเท้าที่ก้าวจากไปของซือหม่าโยวเย่ว์หยุดชะงักลงในทันใด เธอใคร่ครวญคำพูดของเจ้าคำรามน้อยอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “สิ่งที่เจ้าพูดก็มีเ