ของโยวเย่ว์ ยังคงสมบูรณ์ไร้จุดบกพร่อง แค่นี้ก็บอกได้แล้วว่าตอนนี้นางยังมีชีวิตอยู่” ซือหม่าเลี่ยมองดูชิ้นหยกขาวพลางเอ่ยขึ้น
เมื่อได้ฟังคำพูดของซือหม่าเลี่ย จิตใจที่ลอยคว้างของเฟิงจือสิงจึงค่อยผ่อนคลายลง
“เพราะป้ายชีวิตของนางมิได้มีความเคลื่อนไหวอันใด ดังนั้นนางย่อมปลอดภัย” ซือหม่าเลี่ยวางป้ายชีวิตกลับลงไป แล้วเก็บหีบหยกสีดำกลับเข้าไปภายในแหวนเก็บวัตถุอีกครั้ง เขามองเฟิงจือสิงแล้วพูดว่า “ตอนนี้เจ้าก็บอกข้ามาได้แล้วกระมังว่าเจ้ารู้เรื่องที่โยวเย่ว์มีป้ายชีวิตได้อย่างไร”
เฟิงจือสิงพูดว่า “ข้าย่อมต้องรู้แน่นอนอยู่แล้ว เพราะข้าช่วยมารดาของนางทำป้ายชีวิตนี้จนสำเร็จ”
“เช่นนั้นเจ้าก็คือ…” ซือหม่าเลี่ยมองเฟิงจือสิงอย่างตกตะลึง
“ใช่แล้ว” เฟิงจือสิงตอบ “อย่าบอกเรื่องนี้กับโยวเย่ว์ล่ะขอรับ”
“ข้ารู้อยู่แล้วน่า” ซือหม่าเลี่ยพูด
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ งั้นพวกเราก็ขอตัวกลับวิทยาลัยก่อนนะ” ท่านอาจารย์ใหญ่อาวุโสพูด
“เอาละ เมื่อใดที่มีข่าวคราวของเด็กผู้นั้น ก็รบกวนพวกเจ้าช่วยมาบอกข้าสักคำหนึ่งก็แล้วกัน” ซือหม่าเลี่ยพูด
“ได้สิ”
หลังจากที่ท่านอาจารย์ใหญ่อาวุโสและเฟิงจือสิงกลับไปแล้ว พวกซือหม่าโยวฉีก็มาที่เรือนของซือหม่าเลี่ยพลางถาม “ท่านปู่ น้องห้ามิได้รับอันตรายอันใดใช่หรือไม่ขอรับ”
“ตอนนี้รู้เพียงแค่ว่ามิได้เป็นอันตรายถึงชีวิต” ซือหม่าเลี่ยพูด “แต่ที่จริงแล้วสถานการณ์ของเขาในตอนนี้เป็นเช่นไร เพียงแค่ป้า