ยชีวิตก็มองไม่ออกหรอก”
“พวกเราไปตามหาน้องห้ากันเถิด” ซือหม่าโยวหรานพูด
“กลับมานี่!” ซือหม่าเลี่ยเรียกให้พวกเขาหยุดเอาไว้แล้วพูดว่า “พวกเจ้าก็รู้จักค่ายกลนำส่งนั่นของวิทยาลัยกันดีอยู่แล้ว ตอนนี้โยวเย่ว์ถูกส่งตัวไปแห่งหนใดก็มิมีผู้ใดล่วงรู้ได้ ดินแดนอี้หลินกว้างใหญ่ไพศาล แล้วพวกเจ้าจะไปหาที่ไหนกันเล่า”
“แต่พวกเราก็มิอาจรออยู่เฉยๆ เช่นนี้ได้หรอก!” ซือหม่าโยวหมิงพูด
“นอกจากรอ ตอนนี้พวกเราก็ทำอะไรไม่ได้อีกแล้ว” ซือหม่าเลี่ยพูด
“แต่ป้ายชีวิตของน้องห้ายังคงสมบูรณ์ไร้จุดบกพร่อง พวกเราก็รู้สถานการณ์คร่าวๆ ของเขาได้แล้วนี่” ซือหม่าโยวหรานพูด “น้องห้าอาจประสบเรื่องบางอย่างทำให้กลับมาไม่ได้ชั่วคราว ไม่แน่ว่าอีกม่กี่วันก็อาจจะกลับมา”
“เฮ้อ…”
วันต่อๆ มา เฟิงจือสิงก็มาถามถึงเรื่องป้ายหยกของซือหม่าโยวเย่ว์ทุกสามวันห้าวัน ทุกคนเคยชินกับการมองดูป้ายหยกว่ายังสมบูรณ์ดีอยู่หรือไม่ทุกเช้าเย็น
ถึงแม้จะรู้ว่าตอนนี้เธอยังมีชีวิตอยู่ แต่ในวิทยาลัยกลับมีข่าวแพร่ออกไปว่าซือหม่าโยวเย่ว์หลงเข้าไปในค่ายกลนำส่งอันที่สี่แล้วถูกส่งตัวไปยังสถานที่ที่ไม่ทราบนามและจบชีวิตลงเสียแล้ว
หลังจากที่ข่าวนี้แพร่ออกไป ภายในวิทยาลัยมีทั้งคนที่ยินดีและคนที่เป็นกังวล แน่นอนว่าผู้ที่เบิกบานใจก็คือผู้ที่รังเกียจซือหม่าโยวเย่ว์ หนึ่งในนั้นก็คือมู่หรงอานและคนตระกูลน่าหลาน
ส่วนผู้ที่กังวลใจนั้นนอกจากเพื่อนร่วมหอพักของเธอและเฟิงจือสิงแล