เจ้าคำรามน้อยเหาะไปอยู่ข้างกายซือหม่าโยวเย่ว์ เมื่อเห็นเธอหยุดลงจึงเอ่ยถาม “เย่ว์เย่ว์ มีอะไรหรือ”
“เจ้าได้ยินเสียงอันใดบ้างหรือไม่” ซือหม่าโยวเย่ว์ถาม
“ที่นี่ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดอยู่เลยด้วยซ้ำ แล้วจะมีเสียงอะไรได้อย่างไร” เจ้าคำรามน้อยตั้งใจฟังอยู่ครู่หนึ่งแต่ก็ไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยจริงๆ
“มีสิ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดจบแล้วก็วิ่งตรงไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วจนไปถึงตรงหน้าถ้ำใต้ภูเขาแห่งหนึ่ง
“เย่ว์เย่ว์ เจ้ารู้ได้อย่างไรกันว่าที่นี่มีถ้ำอยู่” เจ้าคำรามน้อยติดตามซือหม่าโยวเย่ว์มาเมื่อเห็นถ้ำดำทะมึนจึงเอ่ยถามขึ้น
“ข้าเองก็ไม่รู้ เสียงนั่นพาข้ามาจนถึงที่นี่” ซือหม่าโยวเย่ว์ตอบ
“ภายในนั้นคืออะไรกัน” เจ้าคำรามน้อยถาม
“ไม่รู้สิ เข้าไปดูเดี๋ยวก็จะรู้เอง” ซือหม่าโยวเย่ว์หาท่อนไม้มาท่อนหนึ่ง หลังจากซัดลูกไฟลูกหนึ่งขึ้นให้ลุกไหม้บนท่อนไม้นั้นแล้วก็มุ่งหน้าเข้าไปข้างในพร้อมกับเจ้าคำรามน้อย
ยิ่งเข้าไปข้างใน อุณหภูมิของถ้ำก็ยิ่งสูงขึ้น คล้ายกับจะย่างคนให้ไหม้เกรียมอย่างไรอย่างนั้น
“เย่ว์เย่ว์ ที่นี่ช่างร้อนเหลือเกิน!” เจ้าคำรามน้อยทนไม่ไหวอยู่บ้าง มันไม่เคยหลั่งเหงื่อมาก่อนเลย แต่ในตอนนี้ขนของมันกลับเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อเสียแล้ว
ซือหม่าโยวเย่ว์เห็นสภาพของเจ้าคำรามน้อยแล้วก็รีบเก็บมันเข้าไปไว้ภายในมณีวิญญาณ ส่วนตนเองมุ่งหน้าเดินต่อไป
เพราะอุณหภูมิสูงเกินไป ท่อนไม้จึงถูกเผาไหม้จนหมดไปอย่างรวดเร็ว ยังดีว่าก