เดิมทีเจ้าคำรามน้อยยังคิดอยากจะพูดอะไรอีก แต่เมื่อเห็นท่าทีแน่วแน่ของซือหม่าโยวเย่ว์แล้วจึงกลืนคำพูดที่มาถึงริมฝีปากแล้วกลับลงไป แล้วก็ไปอยู่ใกล้ๆ นาง หมายจะดูสักหน่อยว่ามีของสิ่งใดที่ดูเหมือนดวงตาค่ายกลบ้างหรือไม่
“ที่นี่ช่างแปลกประหลาดเหลือเกิน ไม่มีพระอาทิตย์ แล้วเจ้าแสงสว่างพวกนี้มาจากไหนกัน” เจ้าคำรามน้อยมายังต้นไผ่เพียงลำพังแล้วมองดูแสงสว่างที่เปล่งออกมาจากต้นไผ่ซึ่งอาบย้อมจนขนสีขาวบริสุทธิ์ของตนกลายเป็นสีเขียวพลางพูดอย่างสงสัย
แสงสว่างหรือ
ซือหม่าโยวเย่ว์ได้ฟังวาจาของเจ้าคำรามน้อยแล้วความคิดสายหนึ่งก็วาบขึ้นมาในหัว ต้นไผ่เหล่านี้ล้วนเปล่งแสงจางๆ เหมือนกันหมด ถ้าหากหาต้นที่ไม่เปล่งแสงพบได้ ไม่แน่ว่าบางทีนั่นอาจจะเป็นดวงตาค่ายกล!
“ฮ่า เจ้าคำรามน้อย พวกเราไปหาต้นไผ่ที่ไม่เปล่งแสงกัน!” เธอยืนขึ้นแล้วปัดเศษใบไม้บนร่างกายพลางพูดกับเจ้าคำรามน้อยที่อยู่ด้านหลัง
“ต้นไผ่ที่ไม่เปล่งแสงอย่างนั้นหรือ จะหาสิ่งนั้นไปทำไมกัน” เจ้าคำรามน้อยบินเข้ามาถาม
“มันมีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นดวงตาค่ายกล” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “เอาเป็นว่าเจ้าช่วยข้าหาดูก่อนก็แล้วกัน”
“ได้สิ”
จากที่แต่เดิมทั้งคู่มัวแต่เดินไปทั่วป่าไผ่อย่างไร้จุดหมาย พอกำหนดว่าต้องหาต้นไผ่ที่ไม่มีแสงขึ้นมา จึงดูมีเป้าหมายขึ้นมาทันที “เจ้านาย ข้าสัมผัสได้แล้ว” เจ้าวิญญาณน้อยที่สงบเงียบมาโดยตลอด จู่ๆ กลับเปล่งเสียงพูดขึ้นมา
“เจ้าวิญญาณน้อย เจ้า